Smart Factory ปฏิวัติวงการด้วย Generative AI โรงกลึง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างนวัตกรรม

Generative AI โรงกลึง

ในวันที่การแข่งขันด้านการผลิตเข้มข้นขึ้น โรงกลึงไม่ได้แข่งกันแค่ความเร็วหรือราคาอีกต่อไป แต่แข่งกันที่ความแม่นยำ คุณภาพ ความยืดหยุ่น และความสามารถในการส่งมอบตรงเวลา ยิ่งงาน CNC ซับซ้อนขึ้น วัสดุหลากหลายขึ้น และลูกค้าต้องการงานเฉพาะทางมากขึ้น โรงงานที่ตัดสินใจได้เร็วกว่า วางแผนได้แม่นกว่า และลดความสูญเสียได้มากกว่า ย่อมได้เปรียบ

Generative AI คือเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมการผลิต โดยเฉพาะกับงานโรงกลึงและ CNC เพราะไม่ได้แค่วิเคราะห์ข้อมูล แต่สามารถช่วยสร้างแนวทางใหม่ ๆ ให้ทีมงานได้ ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการสรุปปัญหาและจัดการความรู้ หากนำมาใช้ถูกจุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และต่อยอดนวัตกรรมได้จริง

Generative AI โรงกลึง

Generative AI คืออะไร

Generative AI คือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการสร้างเนื้อหาใหม่จากข้อมูลที่เรียนรู้มา เช่น ข้อความ รูปภาพ โมเดล หรือคำแนะนำเชิงเทคนิค โดยอาศัยการเรียนรู้เชิงลึกและการฝึกจากข้อมูลจำนวนมาก

เมื่อมองในบริบทโรงงาน AI แบบเดิมมักเน้นการตรวจจับหรือคาดการณ์ เช่น ตรวจว่าเครื่องผิดปกติหรือไม่ หรือคาดว่าเครื่องมือจะสึกหรอเมื่อไร ส่วน Generative AI จะเด่นเรื่องการสร้างทางเลือกและการสื่อสาร เช่น ช่วยร่างขั้นตอนการทำงาน เสนอแนวทางการออกแบบ หรือสรุปสาเหตุปัญหาให้ทีมผลิตและทีมซ่อมบำรุงเข้าใจตรงกัน

ทำไม Generative AI ถึงสำคัญกับโรงกลึง

โรงกลึง จำนวนมากเจอปัญหาที่คล้ายกัน เช่น แบบงานเปลี่ยนบ่อย งานเร่งทำให้แผนผลิตสั่นสะเทือน ความรู้สำคัญกระจุกอยู่กับคนเก่งไม่กี่คน ปัญหาคุณภาพเกิดซ้ำเพราะหาต้นเหตุยาก และเครื่องจักรหยุดฉุกเฉินโดยไม่คาดคิด

Generative AI เข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำ เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และทำให้ความรู้ในโรงงานถูกจัดระบบและถ่ายทอดได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การทำงานนิ่งขึ้น คุณภาพสม่ำเสมอขึ้น และต้นทุนแฝงลดลง

วิธีใช้ Generative AI ในอุตสาหกรรมโรงกลึง

1. การออกแบบชิ้นส่วนและการปรับแบบให้เหมาะสม

  • Generative AI สามารถช่วยสร้างแนวทางการออกแบบหลายรูปแบบจากเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ความแข็งแรง น้ำหนัก วัสดุ หรือข้อจำกัดด้านการผลิต แล้วเสนอแบบที่เหมาะสมให้ทีมวิศวกรนำไปพิจารณา
  • เหมาะกับงานที่ต้องลดน้ำหนักแต่ยังรับแรงได้ งานเฉพาะทางที่ต้องบาลานซ์ความแข็งแรงกับต้นทุน และงานที่มีหลายรุ่นหลายสเปก
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ ลดเวลาลองผิดลองถูก ลดการใช้วัสดุ และได้แนวคิดใหม่ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

2. การวางแผนกระบวนการผลิตให้เร็วและสม่ำเสมอ

  • งานวางแผนการผลิตในโรงกลึงครอบคลุมทั้งการเลือกกระบวนการ เลือกเครื่องมือ เลือกจิ๊กฟิกซ์เจอร์ กำหนดลำดับงาน และคาดการณ์เวลาผลิตจริง Generative AI สามารถช่วยสรุปข้อมูลแบบงานให้เป็นรายการตรวจสอบ เสนอแนวทางลำดับกระบวนการเบื้องต้น และช่วยร่างเอกสารมาตรฐานเพื่อให้ทีมผลิตและทีม QC เข้าใจตรงกัน
  • ประโยชน์ที่เห็นชัดคือ ลดเวลาจากรับแบบสู่เริ่มผลิต ลดความต่างของวิธีทำงานระหว่างทีม และเพิ่มความชัดเจนในการสื่อสารหน้างาน

3. การสนับสนุนงาน CAM และการตั้งค่าการตัดเฉือน

  • งาน CNC มีเวลาสูญเสียจำนวนมากจากการปรับพารามิเตอร์เพื่อลดการสั่นสะเทือน ทำผิวงานให้ได้ตามสเปก และยืดอายุเครื่องมือ Generative AI สามารถช่วยแนะนำค่าเริ่มต้นของ feed และ speed ในเชิงแนวทาง ช่วยสรุปวิธีเลือกเครื่องมือตัดตามวัสดุ และช่วยรวบรวมประวัติปัญหาหน้างานเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
  • เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพ คำแนะนำควรถูกตรวจสอบโดยวิศวกรหรือหัวหน้าช่าง และยึดตามมาตรฐานโรงงานและคู่มือเครื่องมือตัดเสมอ

4. การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบด้วยภาพ

Generative AI โรงกลึง
  • การตรวจคุณภาพด้วยสายตาหรือการวัดแบบแมนนวลอาจช้าและผลขึ้นกับประสบการณ์ ระบบ AI ที่ใช้ภาพสามารถช่วยตรวจจับรอยตำหนิ เช่น รอยแตก รอยบิ่น รอยขีดข่วน หรือความผิดปกติของผิวงานได้รวดเร็วขึ้น
  • เมื่อผสานกับ Generative AI ยังสามารถช่วยสรุปผลการตรวจเป็นรายงาน จัดทำฐานความรู้ตำหนิที่พบบ่อย และเสนอจุดควบคุมสำคัญเพื่อป้องกันของเสีย
  • ผลที่โรงกลึงมักเห็นคือ ลดของเสีย ลดรีเวิร์ค และลดเวลาตรวจที่เป็นคอขวด

5. การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์

  • เครื่องจักรหยุดแบบไม่คาดคิดสร้างต้นทุนสูงทั้งด้านเวลาและกำหนดส่ง Predictive Maintenance ใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เช่น สั่นสะเทือน อุณหภูมิ กระแสไฟ หรือข้อมูลการซ่อมบำรุงเพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงก่อนเสียจริง
  • ส่วน Generative AI ช่วยต่อยอดด้วยการสรุปอาการผิดปกติให้ทีมซ่อมเข้าใจเร็ว สร้างเช็กลิสต์ตรวจสอบ และช่วยร่างแผน PM หรือแนวทางเตรียมอะไหล่ตามความเสี่ยง
  • ผลลัพธ์คือ ลด downtime ลดงานซ่อมฉุกเฉิน และช่วยวางแผนการหยุดเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ

6. ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในงานโรงกลึง

  • งานซ้ำ ๆ เช่น หยิบวางชิ้นงาน จัดเรียง ตรวจเบื้องต้น หรือบันทึกข้อมูล เป็นงานที่ทำให้คนเก่งเสียเวลา Generative AI ช่วยสร้างคู่มือการทำงานและความปลอดภัยให้เข้าใจง่าย สนับสนุนการออกแบบขั้นตอนทำงานร่วมคนและระบบอัตโนมัติ และทำระบบถามตอบภายในโรงงาน เช่น งานนี้ใช้จิ๊กอะไร ควรเช็คอะไรก่อนเริ่ม
  • หลายโรงงานเริ่มจากการจัดระบบเอกสารและความรู้ก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ซับซ้อนขึ้น

ประโยชน์ของ Generative AI โรงกลึง ที่วัดผลได้

เพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนสร้างนวัตกรรมยกระดับความปลอดภัย
– ลดเวลาจากรับแบบไปสู่เริ่มผลิต
– ลดเวลาทำเอกสารและรายงาน
– ลดเวลาหาสาเหตุปัญหาที่เกิดซ้ำ
– ลดของเสียและรีเวิร์ค
– ลด downtime จากการซ่อมฉุกเฉิน
– ลดต้นทุนแฝงจากการสื่อสารผิดพลาด
– ออกแบบชิ้นส่วนและกระบวนการใหม่ได้เร็วขึ้น
– รองรับงานเฉพาะทางและงานปรับแต่งได้ดีขึ้น
– ยกระดับบริการ เช่น รายงานคุณภาพหรือคำแนะนำเชิงวิศวกรรมที่ละเอียดขึ้น
– ลดงานเสี่ยงที่ทำซ้ำ ให้คนไปโฟกัสงานควบคุมและตรวจสอบ
– ทำคู่มือและการฝึกอบรมให้เข้าถึงง่ายขึ้น

เริ่มต้นใช้ Generative AI ในโรงกลึงให้คุ้มค่า

  1. เลือกโจทย์ที่ชัดและวัดผลได้ ตัวอย่างเช่น ของเสียสูง ตั้งเครื่องนาน ทำรายงานกินเวลา หรือเครื่องหยุดบ่อย แล้วเริ่มจากหนึ่งโจทย์ก่อน เพื่อให้เห็นผลและสร้างความเชื่อมั่นในทีม
  2. เตรียมข้อมูลให้พร้อม รวบรวมเอกสารและข้อมูลที่มีอยู่ เช่น ประวัติการผลิต รายงาน QC บันทึกปัญหาและวิธีแก้ ประวัติซ่อมบำรุง และมาตรฐานการทำงาน แล้วค่อยพัฒนาให้เป็นระบบ
  3. ทำโครงการนำร่องแบบให้คนตรวจสอบ ให้ AI ช่วยเสนอแนวทางและให้คนเป็นผู้ตัดสินใจ พร้อมเก็บข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับให้เหมาะกับโรงงานจริง
  4. กำหนดกติกาด้านข้อมูลและความปลอดภัย กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลแบบงานลูกค้า ข้อห้ามในการใช้ข้อมูลอ่อนไหว และขั้นตอนอนุมัติคำแนะนำก่อนนำไปใช้จริง โดยเฉพาะเรื่องพารามิเตอร์เครื่องจักร
  5. วัดผลด้วย KPI เช่น เวลาจากรับแบบถึงเริ่มผลิต อัตราของเสีย OEE หรือ downtime เวลาทำรายงาน และความตรงเวลาการส่งมอบ

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้

Generative AI อาจให้คำตอบที่ไม่ถูกต้องได้หากข้อมูลไม่พอ จึงต้องมีการตรวจสอบโดยคนเสมอ คุณภาพผลลัพธ์ขึ้นกับข้อมูลของโรงงาน และงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต้องกำหนดมาตรฐานชัดเจน รวมถึงต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงของทีมงานให้ใช้อย่างต่อเนื่อง

อนาคตของโรงกลึงและ Smart Factory

Generative AI โรงกลึง

แนวโน้มสำคัญคือการใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยตัดสินใจ เช่น การตรวจคุณภาพและปรับกระบวนการทันที การจำลองกระบวนการก่อนผลิตจริง และการผลิตงานเฉพาะลูกค้าได้เร็วขึ้นโดยต้นทุนไม่พุ่ง โรงกลึงที่เริ่มจัดระบบข้อมูลตั้งแต่วันนี้จะต่อยอดสู่ Smart Factory ได้ง่ายกว่า

ดังนั้นสรุปได้คือ Generative AI โรงกลึง เป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้การผลิตเร็วขึ้น สม่ำเสมอขึ้น และลดความสูญเสียได้ ตั้งแต่การออกแบบ วางแผนผลิต สนับสนุนงาน CNC ตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ หากเริ่มจากโจทย์เล็กที่วัดผลได้ จัดระบบข้อมูล และให้คนตรวจสอบก่อนใช้งานจริง โรงกลึงจะได้ประโยชน์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน และนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1 เหมาะกับโรงกลึงขนาดเล็กไหม
เหมาะ เริ่มจากงานที่ช่วยประหยัดเวลาได้ทันที เช่น ช่วยทำเอกสาร สรุปปัญหา QC และจัดระบบความรู้ ก่อนค่อยขยายไปสู่การวิเคราะห์และระบบอัตโนมัติ

Q2 ต้องมีเซ็นเซอร์ก่อนหรือไม่
ไม่จำเป็น สามารถเริ่มจากเอกสารและข้อมูลที่มีอยู่ แล้วค่อยต่อยอดติดเซ็นเซอร์เมื่อพร้อม

Q3 จะช่วยลดของเสียได้อย่างไร
ช่วยทำงานให้สม่ำเสมอขึ้นด้วยเช็กลิสต์และมาตรฐาน ช่วยสรุปสาเหตุของเสียที่พบบ่อย และช่วยสื่อสารระหว่างทีมให้ตรงกันมากขึ้น

Q4 ต้องระวังเรื่องข้อมูลลูกค้าอย่างไร
ควรกำหนดนโยบายข้อมูลชัดเจน จำกัดสิทธิ์เข้าถึง และหลีกเลี่ยงนำข้อมูลอ่อนไหวไปใช้กับเครื่องมือที่ไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย

วิทยาการ หุ่นยนต์ ฉบับปี 2023 ยกระดับธุรกิจด้วย Robotics กันเถอะ !

หุ่นยนต์

มีมาต่อเนื่องจริง ๆ สำหรับ “คาดการณ์” ทั้งหลายแหล่เกี่ยวกับแวดวงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ขอร้องขอวอนเลยว่าอย่างเพิ่งเบื่อกับเนื้อหาประเภทนี้ เพราะมันอาจจะช่วยอัพเดตข้อมูลที่จะทำให้คุณสามารถหยิบไปใช้พัฒนาธุรกิจองค์กรของคุณได้ โดยเฉพาะเรื่องของ “เทรนด์หุ่นยนต์” แม้เราจะเพิ่งพูดถึงไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่วิทยาการของเจ้า “หุ่นยนต์” ในอุตสาหกรรมนั้นพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหุ่นยนต์ที่คอยช่วยงานอุตสาหการ โรงงาน สายพานการผลิต โรงกลึงต่าง ๆ และบอกเลยว่าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่ข้องเกี่ยวกับกิจการประเภทนี้และหากไม่ได้ติดตามอยู่เสมอ บางทีอาจทำให้คุณพลาดสิ่งดี ๆ ที่จะช่วยยกระดับธุรกิจของคุณเลยก็ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน.. เทรนด์ “Robotics” ปี 2023 รู้ไว้.. ปรับใช้ ยกระดับธุรกิจคุณได้!

7 คาดการณ์เทรนด์ “อุตสาหกรรมหุ่นยนต์” สู่ธุรกิจ

ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มที่หุ่นยนต์ยังเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ มีความเทอะทะแถมยังกินพื้นที่อย่างมากภายในโรงงาน ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน หุ่นยนต์มีความหลากหลายและปรับเปลี่ยนได้มากกว่าที่เคยเป็นมา จนกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจไปเสียแล้ว

โดยเฉพาะเมื่อเร็ว ๆ นี้ การเปลี่ยนแปลงมากมายของแวดวงธุรกิจ การหยุดชะงักของซัพพลายเชน การขาดแคลนแรงงาน แม้กระทั่งความไม่สงบที่เกิดขึ้นของปัญหาระหว่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินการ ปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ สำหรับเครื่องมือหลักในการท้าทายสถานการณ์เหล่านี้นั้นก็คือเทคโนโลยี “หุ่นยนต์” ส่วนด้านล่างต่อไปนี้เป็น 7 การคาดการณ์ล่าสุดของวิทยาการนี้ในปี 2023…

1. ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

หุ่นยนต์
Image by Freepik

แหล่งข้อมูลได้ชี้ถึงความสำคัญของการที่นักวิเคราะห์ได้กล่าวว่า 1 ใน 3 ขององค์กรยุโรปกำลังให้ความสำคัญกับระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ตอนนี้เรากำลังก้าวสู่ทศวรรษแห่งข้อมูลขนาดใหญ่ และระบบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ก็ไม่ต่างกัน เทคโนโลยีการทำงานแบบอัตโนมัติกลายเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น โดยเน้นที่การใช้โชลูชันตามเนื้อหาที่ได้รับจากการเก็บสถิติบนโลกแห่งความจริง ซึ่งระบบโลจิสติกส์เป็นที่เดียว ณ ตอนนี้ ที่จะทำให้คุณได้เห็นระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งหลายที่ก็ได้ใช้หุ่นยนต์เข้ามาเป็นส่วนในการตัดสินใจด้วยเหตุผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล

2. การเพิ่มความสามารถให้มนุษย์ด้วยหุ่นยนต์

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 35 เปอร์เซนต์ ขององค์กรจะรวบรวมหุ่นยนต์เชิงกายภาพผสมผสานกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ พัฒนาความสามารถของมนุษย์ และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน บริษัทต่าง ๆ เริ่มตระหนักมากขึ้นว่าหุ่นยนต์ไม่ได้มาแทนที่งานของมนุษย์ แต่เป็นวิธีที่จะปรับปรุงสิ่งที่มนุษย์ทำได้อยู่แล้ว เนื่องจากหลายอุตสาหกรรมประสบปัญหาทักษะและการขาดแคลนแรงงาน หุ่นยนต์จึงเข้ามาเสริมในจุดนี้ เรียกว่าเป็นการเติมเต็มช่องว่างที่มีได้อย่างแนบเนียน

3. การใช้ Cobot เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หุ่นยนต์
Image by Lifestylememory on Freepik

เจ้า Cobot หรือในพากย์ไทยว่า “หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน” ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งคีย์แมนแนวหุ่นยนต์ในทศวรรษที่ผ่านมา และคาดว่าโคบอทจะคิดเป็น 30 เปอร์เซนต์ ของตลาดหุ่นยนต์ทั้งหมดภายในปี 2027 โคบอทนั้นได้รับการออกแบบมาให้ทำงานเคียงข้างมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยและใช้งานง่าย ทำให้เหมาะสำหรับบริษัทที่ไม่มีประสบการณ์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์มาก่อน และไม่มีพื้นที่หรือทรัพยาเพียงพอจะรองรับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยในระดับสูง

4. หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ “กำลังจะมา”

สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติกำลังย่างกรายเข้าสู่ธุรกิจต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในภาคส่วนของ “โลจิสติกส์” ณ งานแสดงสินค้าของ Automatica (งานจัดแสดงเทคโนโลยี Automation) ครั้งที่ผ่านมา มีหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติมากมายที่ถูกพัฒนาขึ้น เทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นตั้งแต่แรก เริ่มถูกใช้งานแพร่หลาย ส่วนที่พัฒนาใหม่ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งตอนนี้ก็มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าใหญ่อย่างโลจิสติกส์ ก่อนที่จะขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป

5. ระบบอัตโนมัติสำหรับประกอบชิ้นส่วน “อิเล็กทรอนิกส์” จะเติบโต

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับวิทยาการหุ่นยนต์คือการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการประกอบชิ้นส่วนนั้นกำลังมา! ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดตอนนี้ เช่น การขันสกรูด้วยหุ่นยนต์เป็นงานทำซ้ำที่ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า เป็นหนึ่งในกระบวนการที่ทำให้งานประกอบนั้นเสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก หุ่นยนต์สามารถประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์ได้อย่างสม่ำเสมอกว่าแรงงานมนุษย์ที่ทำงานลักษณะเดียวกัน สิ่งนี้สามารถประหยัดเวลาและงบของบริษัทในขณะที่ช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการประกอบผลิตภัณฑ์ด้วยมนุษย์ควบคู่กันไป

หุ่นยนต์
Image by Freepik

6. อุตสาหกรรมยานยนต์ “ตกบัลลังก์” ด้านหุ่นยนต์เป็นครั้งแรก

นับเป็นเวลานานมากแล้วที่อุตสาหกรรม “ยานยนต์” นั้นเป็นผู้นำของระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ แต่ล่าสุดก็เสียตำแหน่งนี้แล้วเรียบร้อย ในปี 2020 จำนวนการนำหุ่นยนต์ไปใช้ในงานยานยนต์นั้นมากกว่าประเภทอื่นเป็นปกติ แต่ปี 2021 มีจำนวนเท่ากับการใช้งานในอุตสาหกรรมอื่นรวมกันเป็นครั้งแรก จากข้อมูลนี้ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่าอุตสาหกรรมอื่นนั้นเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีนี้มากขึ้นแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!

7. วิทยาการหุ่นยนต์ที่ชาญฉลาดและปรับตัวได้มากขึ้น

ขึ้นชื่อว่า “หุ่นยนต์” นอกจากจะพัฒนาเรื่องความฉลาดได้เรื่อย ๆ แล้ว ตอนนี้การปรับได้หลากหลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยม เทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ของหุ่นยนต์สามารถรวบรวมข้อมูลตามเวลาจริงเข้ากับการปฏิบัติงานได้ ซึ่งนั่นจะทำให้การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ตลอดจนการดำเนินงานทำได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของอัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้งานได้จริง มีการคาดหวังว่าเร็ว ๆ นี้ ทุกคนจะได้เห็นหุ่นยนต์ชั้นสูงและมีความสามารถที่ซับซ้อนมากขึ้นในไม่กี่ปีข้างหน้า

เหนือสิ่งอื่นใด “หุ่นยนต์ต้องใช้งานง่าย”

กุญแจสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ นอกจากความอัจฉริยะ ความฉลาดของ AI สิ่งที่ทำให้ถูกเลือกใช้จนกลายมาเป็นเทรนด์ฮอตฮิต คือ การเพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมร่วมสมัยผ่านการใช้งานด้วยแอพพลิเคชั่น ทำให้อุปสรรคในการก้าวเข้าสู่ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัตินั้นลดน้อยลง ซึ่งในปัจจุบัน หุ่นยนต์กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกบริษัทที่จะใช้ ไม่ใช่แค่บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์เท่านั้น เพราะดูเหมือนว่าแนวโน้มไปสู่หุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่ายจะดำเนินต่อไป นอกจากชุดแอพพลิเคชั่นแล้ว เราจะได้เห็นโมเดลธุรกิจที่ใช้หุ่นยนต์เป็นบริการเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

แม้เราอาจยังไม่ทราบถึงสถานการณ์ที่แน่ชัดของสิ่งต่าง ๆ ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรในปี 2023 นี้ แต่หวังว่าการคาดการณ์สำหรับเทรนด์ที่จะเข้ามายกระดับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ภายในเนื้อหาวันนี้ ช่วยให้คุณเกิดไอเดียมาปรับใช้กับธุรกิจคุณได้ และหากคุณยังไม่เคยลองศึกษาการใช้หุ่นยนต์ในธุรกิจ… ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่าตอนนี้แล้ว!

Credit : ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลมา ณ ที่นี้

เทรนด์ “Robotics” ปี 2023 รู้ไว้.. ปรับใช้ ยกระดับธุรกิจคุณได้!

Robotics

เผลอแปปเดียวก็จะเปลี่ยนปีปฏิทินกันอีกแล้ว นี่ก็เข้าสู่หน้าหนาว แต่ก็เป็นหนาวแบบประเทศไทย ที่ต้องถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “นี่หน้าหนาวแล้วแน่นะวิ…” และเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใด ธุรกิจใดก็ตามแต่ การเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้น ล้วนเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ จริง ๆ ต้องบอกว่าจำเป็นเลยล่ะหากคุณอยากจะยกระดับธุรกิจ เรื่องของ “เทรนด์” เป็นสิ่งที่ต้องเกาะติดอยู่เสมอ และขาดไมไ่ด้สำหรับชาวอุตสาหกรรมคือการอัพเดทความรู้เกี่ยวกับ AI หรือ Robotics

วันนี้โรงกลึงพีวัฒน์ขอแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับคาดการณ์ล่าสุดของแวดวงหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม ที่ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมไปแล้ว และด้วยความต้องการที่มากขึ้นของระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม (Industrial Automation) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digitalization) ตลอดจนการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อการยึดโยงอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ให้กลายเป็นอีกหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญสู่การขับเคลื่อนธุรกิจแบบยั่งยืน ซึ่งก็เป็นแนวโน้มที่ได้ประเมินเอาไว้ก่อนหน้านี้ และการคาดการณ์ที่ว่านี้จะเป็นศึกษาเพื่อต่อยอด

#เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

เกาะติดเทรนด์ Robotics วิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลสุดเดือด!

จากความต้องการดังกล่าว จึงเกิดเป็นการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อคาดการณ์เทรนด์ในปี 2023 ของวิทยาการหุ่นยนต์ โดยเป็นการวิเคราะห์จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากธุรกิจสตาร์ทอัพกว่า 2,500,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งได้คลอดออกมาเป็น 8 อันดับแรก ดังที่ทุกคนจะได้อ่านต่อไปด้านล่างนี้!

1. Mobile autonomous robots

หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (Mobile autonomous robots) เข้ามาแทนที่ในส่วนของการผลิต เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่มีความเสี่ยงต่อบุคลากร เช่น สารเคมีที่เป็นพิษ บริเวณที่มีพื้นที่จำกัด และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก 

การใช้หุ่นยนต์ที่มีเซนเซอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และคอมพิวเตอร์วิชั่น ในการทำความเข้าใจาสภาพแวดล้อมได้ทันทีและทำงานได้ด้วยตัวเอง หรือจะเป็นเรื่องการตรวจสอบสต็อคและการจัดการวัสดุแบบอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น AMR ของคลังสินค้า ที่ใช้เป็นเครื่องสแกน ป้องกันเรื่องของขาดสต็อค แถมยังเพิ่มความเร็วในกระบวนการ ตลอดจนอำนวยความสะดวกในส่วนอื่น ๆ ของบุคลากรได้

2. Robots with Intelligence

หุ่นยนต์ที่มีความฉลาดสูง (Robots with Intelligence) นั้นมีความสามารถในการใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และเพิ่มประสิทธิภาพงานได้ด้วยการผสานเข้ากับ AI โดยชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่มาแบบเรียลไทม์นี้ส่งผลให้หุ่นยนต์นั้นมีความแม่นยำและทรงประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเรื่องการรับรู้สภาพแวดล้อมและแยกวัตถุก็จะทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้การนำทางทำได้อย่างอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

Robotics
Image by usertrmk on Freepik

3. Cobots

เรื่องของ โคบอทส์ (Cobots) นั้นเราเคยนำเสนอเปรียบเทียบกับ Robots แบบเต็ม ๆ ไปแล้ว โดยสิ่งนี้จะตรงข้ามกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม เป็นหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน มีเซ็นเซอร์และอัลกอริธึมล้ำสมัย รับประกันพฤติกรรมที่ปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับมนุษย์ในกระบวนการประกอบแบบอัตโนมัติได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมชิ้นส่วนและการเจาะรูด้วยสกรู ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของเครื่องมือปลายแขน (EOAT) กล่าวคือ หุ่นยนต์เหล่านี้ช่วยในเรื่องของการยกวัตถุอันตรายแทนมนุษย์ได้ เช่น โลหะหนัก โพลีเมอร์ และวัสดุอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักมาก

4. Robotics as a Service

ชื่อนี่อาจจะคุ้นหูคุ้นตากันมากหน่อย เพราะเป็นเทรนด์ Robotics ที่ได้รับการจับตาและมีการพัฒนาต่อเนื่องจากปี 2022 ซึ่งเราก็เคยพูดถึงไปแล้ว โดยการพัฒนาและบำรุงรักษาหุ่นยนต์เป็นขั้นตอนที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แถมยังใช้เวลานานอีกต่างหาก ในข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้องค์กรจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กยังไม่สามารถเข้าถึงการใช้หุ่นยนต์ได้ ทำให้บริการนี้ยังคงน่าสนใจสำหรับผู้เป็นเจ้าของกิจการสำหรับสร้างรายได้ ส่วนผู้เช่าที่สนใจทดลองใช้บริการของหุ่นยนต์ก็ไม่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อเป็นเจ้าของนั่นเอง

#เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

5. Cyber Security Robotics

หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Robotics) เป็นวิทยาการที่มีเป้าหมายหลักสำหรับป้องกันการโจมทีทางโลกไซเบอร์ เนื่องจากการผสานรวมของ IoT และความต้องการการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปกป้องโซลูชั่นหุ่นยนต์จากการเข้าถึงอย่างผิดกฏหมายก็เป็นสิ่งที่จำเป็น โดยครอบคลุมเกือบทุกกระบวนการของอุตสาหกรรม ไมว่าจะเป็น การป้องกัน การผลิต การดูแล ตลอดจนสอดส่องพื้นที่ของโรงงานในการรักษาความปลอดภัย

Robotics
Image by upklyak on Freepik

6. Human-like robots

หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ หรือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) นั้นคาดการณ์ว่าจะถูกใช้งานมากขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ได้รับความนิยมต่อเนื่องจากโรคระบาดที่ผ่านมา เอาที่แบบถูกหยิบมาใช้ชัดเจนเลย เช่น การทำความสะอาดแบบไร้สัมผัส และการส่งมอบต่าง ๆ ในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังใช้ในการตรวจสอบโรงไฟฟ้า การบำรุงรักษา และการกู้คืนจากภัยพิบัติ ช่วยชีวิตบุคลากรจากสภาวะที่เป็นอันตราย โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นการทำงานแบบอัตโนมัติ สามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิตได้อีกด้วย

7. Automated Assisted Vehicles

ยานพาหนะยุคใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเป็นแม่แรงในกระบวนการขนส่ง โดยชื่อของสิ่งนี้เรียกว่า AGV เป็นยานพาหนะนำทางด้วยตนเอง สามารถใช้ได้ทั้งในคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานผลิต ซึ่งการเคลื่อนไหวของเจ้าสิ่งนี้จะถูกควบคุมโดยการผสมผสานระหว่างซอฟต์แวร์และระบบนำทางแบบเซ็นเซอร์ที่กำหนดเส้นทางเอาไว้ล่วงหน้านั่นเอง

8. Drones

ตอนนี้ตลาดของโดรนนั้นไปไกลมากแล้ว จากการพัฒนาด้วย Edge Computing, HPC และการเชื่อมต่อสำหรับการขนส่ง มีการปรับตามประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง รวมถึงการเพิ่มลูกเล่นและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ความสามารถของโดรนนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ยกตัวอย่าง อุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้โดรนในการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืช พ่นยาฆ่าแมลง ณ สถานที่เฉพาะ ส่วนเรื่องของการติดตาม โดรนสามารถตดตามพืชผลได้แม่นยำ หรือจะเป็นการจับความเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงก็ทำได้เช่นกัน

Robotics
Image by rawpixel.com on Freepik

สัมผัสประสบการณ์โลกยุคใหม่ เลือกใช้ให้ตรงกับธุรกิจ

เรื่องของ Internet of Things (IoT) ที่ตอนนี้นั้นแพร่หลายอย่างมาก เรียกว่าเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญให้วิทยาการหุ่นยนต์รุดหน้าอย่างรวดเร็ว โดยผู้ที่มีความสามารถทางธุรกิจรวมถึงผู้ที่ต้องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทุกแขนงสู่โลกยุคใหม่ หากเลือกใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเรื่อย ๆ จากความเป็นอิสระและคุณภาพชีวิตในแง่ส่วนตัว 

ส่วนแง่ธุรกิจก็อย่างที่หลายคนทราบกัน ซึ่งคุณเองก็สามารถประเมินถึงอานุภาพของหุ่นยนต์ได้ผ่านเนื้อหาที่เรานำมาแบ่งปันกันในวันนี้ 

หากคุณอยากก้าวให้ทันหรือเร็วกว่าคนอื่น บอกเลยว่านี่เป็นเที่ยวบินสู่เส้นทางยุคใหม่ของอุตสาหกรรมที่เราไม่อยากให้คุณพลาดตกไฟลท์ที่สุดแล้ว!

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลเนื้อหาดี ๆ จากบทความเหล่านี้ :

https://emag.directindustry.com/2022/11/02/automation-trends-artificial-intelligence-cobots-agv-mobile-robots-predictive-maintenance/

https://www.automate.org/webinars/2023-industrial-automation-trends

https://www.automation.com/en-us/articles/august-2022/top-10-intelligent-automation-trends-look-2023

https://www.analyticsinsight.net/top-10-robotics-trends-and-predictions-to-lookout-for-in-2023/

Cover Image : Image by fullvector on Freepik

เทรนด์หุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง 2022

เทรนด์หุ่นยนต์

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา วิวัฒนาการของหุ่นยนต์ได้แปรเปลี่ยนจากการเป็นแค่นิทรรศการอุตสาหกรรมราคาแพงที่เกินเอื้อม กลายมาเป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในรูปแบบอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ ตลอดจนเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน เมื่อได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

สาเหตุหลัก ๆ มาจากการพัฒนาที่รุดหน้าด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีแมชชีนวิชั่นที่ดีกว่าแต่ก่อน รวมถึงด้านความพร้อมในการใช้หุ่นยนต์ที่กว้างขึ้น ซึ่งจากแหล่งข้อมูลที่เราได้หามา สิ่งที่พิสูจน์ความนิยมของเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี คือ สถิติจากสมาคมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (RIA) ที่ชี้ว่าไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 นับเป็นครั้งแรกเลยที่คำสั่งของผู้จัดจำหน่ายต่าง ๆ เป็นของ “ชิ้นส่วนหุ่นยนต์” มากกว่าอุปกรณ์ยานยนต์

เทรนด์หุ่นยนต์

ส่องเทรนด์หุ่นยนต์ ปี 2022 อุตสาหกรรมแห่งโลกอนาคต

อย่างที่ได้กล่าวไปช่วงต้น ตลอด 2 ปีที่ผ่านมานี้วิทยาการต่าง ๆ ได้เร่งแนวโน้มของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง นั่นก็มาจากการออกแบบ AI ที่มีความคล่องตัวกว่าเดิม และการนำเรื่องของ IIoT ที่ตอนนี้ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย รวมถึงความต้องการที่อยากจะปรับโครงสร้างให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานและหุ่นยนต์มากขึ้น ซึ่งหากทุกอย่างดำเนินไปข้างหน้าอย่างลงตัวจะส่งผลดีเยี่ยมต่อโลกอนาคตของอุตสาหกรรมแขนงนี้ และต่อไปนี้ที่คุณจะได้อ่านกันเป็นแนวโน้มของวิทยาการด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ที่รังสรรค์ผ่านประสบการณ์ของ Marla Keene นักเขียนเทคโนโลที่คร่ำหวอดในวงการมากกว่าทศวรรษ ซึ่งเขามั่นใจอย่างมากว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมในปี 2022 และปีต่อ ๆ ไป แน่นอน

เทรนด์หุ่นยนต์ซ่อมบำรุงที่มาแรง! (Maintenance Robots)

หนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรม คือ การซ่อมบำรุง โดยการคาดการณ์และป้องกันการเสียหายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในส่วนของปฏิบัติการก็ต้องบอกว่ามีความเหมาะอย่างมากที่จะใช้หุ่นยนต์สำหรับเรื่องนี้

งานบำรุงรักษามักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะไม่ใช่หุ่นยนต์มาทำหน้าที่ในส่วนนี้แทน นอกจากนี้เครื่องมือ AI ภายในเครื่องจักรระดับแอดวานซ์ยังสามารถช่วยให้คุณพัฒนาระดับการบำรุงรักษาให้สูงยิ่งขึ้นตามไปด้วย ไล่ตั้งแต่กระบวนการที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางไปจนถึงการปล่อยให้หุ่นยนต์ทำงานแบบอิสระ เมื่อเวลาผ่านไป AI และวิทยาการหุ่นยนต์สามารถเรียนรู้เพื่อปรับใช้การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งว่ากันว่าเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เดินทางสู่การดำเนินการเชิงคาดการณ์เชิงรุก เรียกว่าเป็นการซ่อมแซมก่อนที่จะเกิดปัญหา ทั้งหมดนี้ทำได้จากการป้อนค่าเพื่อระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นผ่านข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

เทรนด์หุ่นยนต์

โมเดล Robots As A Service 

ช่วงวิกฤตด้านทักษะที่ใหญ่ที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ใช่ทุกบริษัทจะสามารถสนับสนุนหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ในการนำมาใช้ร่วมกันกับบุคลากรของพวกเขา แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เพราะคุณมีสิทธิ์เพลิดเพลินกับกระบวนการอัตโนมัติของหุ่นยนต์ผ่านโมเดล Raas หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Robots-as-a-Service แถมไม่ต้องมาปวดหัวกับการครอบครองแบบเดิม ๆ ที่ต้องเป็นเจ้าของอย่างเดียวด้วยการซื้อ โดยที่ไม่รู้ว่าจะคุ้มกับต้นทุนการผลิตหรือเปล่า

ด้วยบริการนี้ แทนที่จะมีค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการที่ต้องซื้อหุ่นยนต์ทันที คุณสามารถเปลี่ยนเป็นการเช่าอุปกรณ์หุ่นยนต์ได้แล้ว พร้อมด้วยบริการที่พ่วงมา เช่น การตรวจสอบ การวิเคราะห์ และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เลือกหยิบประโยชน์มาใช้ได้มากมาย และยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านเงินทุนล่วงหน้า รวมถึงเรื่องของการปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

ความท้าทายใหม่ ๆ ของวิทยาการหุ่นยนต์

ต่อจากหัวข้อก่อนนี้ คือไม่ใช่แค่ Robots-as-a-Service อีกต่อ เพราะทุก ๆ อย่างก็ปรับเปลี่ยนเป็นโมเดลนี้ได้ทั้งนั้น เหมือนกับสิ่งที่เราจะพูดถึงเรื่องการผลิตแบบ 3 มิติ และ 4 มิติ

ตามรายงานเทรนด์หุ่นยนต์จาก McKinsey ปี 2021 ได้บอกว่าภายในปี 2030 เราจะได้เห็นการใช้หุ่นยนคาร์เทเชียน (Cartesian Robot) เป็นค่าเริ่มต้นของกระบวนการผลิต ซึ่งความสามารถของหุ่นยนต์ประเภทนี้นั้นช่วยในเรื่องของการออกแบบที่กว้างขึ้น ปรับแต่งได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการลดของเสียและการใช้พลังงานให้เหลือน้อยที่สุด โดยการนำหุ่ยนต์ 3 มิติ มาใช้จะช่วยให้เกิดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่เรียกว่า Printing-as-a-Service (PaaS)

ในสเกลที่ใหญ่กว่านี้ เมื่อหุ่นยนต์มีขนาดเล็กลงแต่แข็งแกร่งขึ้น มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น จะทำให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ค้นพบการใช้งานรูปแบบใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ขนาดใดก็ตาม อย่างที่ Mecademics Robotics ได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ “หุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดเล็กที่สุด กะทัดรัดที่สุด และแม่นยำที่สุดในโลก” โดยแขนกลเหล่านี้ของ MR สามารถรวมเข้ากับ PLC หรือ PC ได้แบบไม่ต้องใช้การเขียนโปรแกรมที่เป็นกรรมสิทธิ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วยแขนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบหกแกนและสี่แกน ตลอดจนพวกกริปเปอร์ขนาดเล็ก 

ยังไม่รวมถึงบริษัทต่าง ๆ เช่น Astrobotic และ OffWorld ที่เล่นใหญ่ไปไกลขนาดถึงการสร้างหุ่นยนต์ขุดสำหรับ NASA กะว่าเจาะกลุ่มลูกค้านอกโลกกันเลย

เทรนด์หุ่นยนต์

หุ่นยนต์ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่พัฒนาเพื่อประโยชน์สูงสุดของอุตสาหกรรม

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการใช้ Cobots แทนที่ Live Workers จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพียงแต่การเข้ามาของ Cobots จะช่วยให้กระบวนการทำซ้ำ รวมถึงกระบวนที่เสี่ยงต่อชีวิต เอาแค่ 2 ตัวอย่างนี้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์มาก ๆ แล้ว ซึ่งหุ่นยนต์นั้นมีประสิทธิภาพมากกว่า ทำงานได้รวดเร็วกว่า และไม่วันเหน็ดเหนื่อย

การคาดหวังที่จะนำหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่งานอันซ้ำซากจำเจและมีความอันตราย เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในขณะเดียวกันเราสามารถย้ายทรัพยากรมนุษย์ไปทำงานที่มูลค่าสูงกว่าได้เช่นกัน ฉะนั้น การเข้ามาของหุ่นยนต์ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกังวลมากจนเกินไป สิ่งที่ควรใส่ใจต่อจากนี้เป็นการวางแผนใช้เทคโนโลยีโลกอนาคตให้สอดคล้องไปกับมวลมนุษย์เสียมากกว่า..

ขอขอบคุณเนื้อหาจากต้นฉบับของคุณ Marla Keene มา ณ ที่นี้

Trends in Industrial Robotics to Watch in 2022 | RoboticsTomorrow

RPA คืออะไร ? ตัวช่วยปลดล็อคประสิทธิภาพหลังบ้านกลุ่มอุตสาหกรรมโรงงาน

RPA คืออะไร

ยุคของอุตสาหกรรม 4.0 แบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคำถามที่ว่า RPA คืออะไร เป็นสิ่งที่ได้ยินอยู่เสมอในวงการอุตสาหกรรม เนื่องจากระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ในภาคของการผลิตได้ยกระดับความก้าวหน้าให้อุตสาหกรรมโรงงาน ณ ปัจจุบันขณะอย่างเห็นได้ชัดเจน จากกระบวนการนี้ได้ใช้สอยประโยชน์จากหุ่นยนต์ ทั้งเพื่อการทดสอบก็ดี การใช้งานจริงก็ดี ซึ่งหุ่นยนต์ที่ว่านี้ก็ช่วยลดความซ้ำซ้อนของงานสายการผลิตได้เป็นอย่างดี กลายเป็นมาตรฐานที่โรงงานทั่วโลกนั้นเลือกใช้

อย่างไรก็ตาม จากการค้นคว้าข้อมูลยังมีบางภาคส่วนต้องเจอกับความยากลำบากในการจัดการปัญหา “หลังบ้าน” ปัญหาที่ว่านี้เป็นเรื่องของการเก็บข้อมูล รักษากระบวนการในการทำงานต่าง ๆ ให้เป็นระบบระเบียบ ซึ่งหากจัดการได้ดีจะส่งผลดีอย่างมากต่อธุรกิจ

โดยส่วนใหญ่แล้วจุดสังเกตที่พบเห็นได้บ่อยมาจากขาดความชำนาญการ ระบบบริหารจัดการซัพพลายเชนที่ค่อนข้างล้าสมัย กระทบถึงกระบวนการต่าง ๆ ทำให้ใช้เวลามากเกินความจำเป็น ณ จุดนี้ จึงเป็นที่มาของตัวเอกอย่าง เทคโนโลยี RPA

RPA คืออะไร

RPA คืออะไร ส่งผลต่อกระบวนการใดของโรงงานอุตสาหกรรม ?

RPA คืออะไร น่ะหรือ ??? RPA ย่อมาจาก Robotic Process Automation คือ ซอฟต์แวร์สำหรับงานบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถทำหน้าที่แทนมนุษย์ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานในยุคดิจิทัลของฝั่ง IT ซึ่งระบบข้อมูลขององค์กรต่าง ๆ ที่มนุษย์ใช้กัน

หากรันวงการด้วย RPA ที่เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ในระบบสายข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการรันแบบอัตโนมัติ การผลิตซ้ำชุดข้อมูลต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้หากเป็นการทำ Rule-based โดยมนุษย์ อาจมีข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งของเรื่องความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หรืออะไรก็ตาม แต่จะไม่มีทางเกิดขึ้นกับสิ่งนี้ ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ความผิดพลาดเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากธุรกิจของคุณแน่นอน

แน่นอนว่าในสายการของการผลิต CNC ถือเป็นคีย์แมนของกระบวนการนั้น ส่วนทางด้านของ RPA ก็กล่าวได้ว่าเป็นจอมทัพด้านข้อมูลเมื่อถูกติดตั้งกับระบบหลังบ้านในธุรกิจของคุณ หากมีการประยุกต์ใช้กับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม สิ่งนี้จะยกระดับให้กับโรงงานอุตสาหกรรมของคุณได้แบบก้าวกระโดด

การใช้งาน RPA ในโรงงานอุตสาหกรรม

จากที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า RPA นั้นถึงจะมีความหมายเกี่ยวข้องกับคำว่า “หุ่นยนต์” แต่นิยามของสิ่งนี้เป็นในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ที่เที่ยงตรง ซึ่งอยู่ในกระบวนการของซอฟต์แวร์ ดูแลอยู่ในโลกของดิจิทัลเป็นหลักเสียมากกว่า พอพูดแบบนี้ก็น่าจะเห็นภาพแตกต่างกับเหล่าบรรดาหุ่นยนต์ในสายการผลิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญคือการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีนี้จะช่วยลดทรัพยากรแรงงานรวมถึงความผิดพลาดต่าง ๆ ที่มีสิทธิ์เกิดขึ้นในมนุษย์ เพิ่มความสามารถด้านระบบการจัดการซัพพลายเชน ให้มีความทันโลกไม่หลงยุคสมัย และที่มั่นใจได้เลยแน่นอนคือ RPA จะเข้ามายกระดับขององค์กรในส่วนของพนักงานออฟฟิศ ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ครอบคลุมทุกข้อมูล 100%

NOTE: โรงกลึงพี-วัฒน์เองก็กำลังจับตาดูกระแสทั้งในเรื่อง RPA และ iOT อย่างจริงจั งเพื่อลงทุนนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้งานในออฟฟิศ ยิ่งในสถานการณ์ที่ออฟฟิศหลังบ้านยังคงต้อง WFH ภายใต้สถานการณ์ของโรคระบาด RPA ยิ่งจะช่วยตอบโจทย์ให้โรงกลึงของเรายังคงดำเนินการทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านได้อย่างมีเสถียรภาพ

ส่วนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ที่สามารถนำ RPA มาใช้งานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดมีดังนี้

RPA คืออะไร
ออกบิลสำหรับวัสดุ (BOM)

สำหรับการออกบิลสำหรับวัสดุ (Bill of Material) ถือเป็นเอกสารสำคัญอย่างมากสำหรับธุรกิจ ลองจินตนาการเปรียบเทียบดูว่า หากเราต้องนั่งคีย์ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับวัสดุของโรงงาน ถ้าเกิดความคลาดเคลื่อเพียงเล็กน้อยจะส่งผลกระทบมากแค่ไหน.. 

แต่สำหรับ RPA แล้ว นอกจากเรื่องของการทำซ้ำจะเป็นจุดเด่นแล้ว ความแม่นยำของข้อมูลก็เป็นเลิศ กลายเป็นว่าไม่เพียงแค่ลดความเสียหายขององค์กร ทั้งยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการผลิต ซึ่งผลก็มาจากการคาดคำนวนผ่านระบบของซอฟต์แวร์นั่นเอง

รายงานด้านข้อมูล (Administration)

การรายงานด้านข้อมูลเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเหมือนกันสำหรับกระบวนการทำธุรกิจ การหยิบใช้ RPA ในส่วนงานของ “แอดมิน” จะทำให้เข้าถึงทุกข้อมูล ทุกรายงาน ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นที่อยู่ในธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณบริหารธุรกิจได้สอดคล้องกับรายงาน ทำให้การตัดสินที่จะจัดการในด้านต่าง ๆ มีประสิทธิภาพและง่ายยิ่งขึ้น

ลูกค้าสัมพันธ์ (CRM)

ทั้ง ๆ ที่คำนิยามในเรื่องของ “หุ่นยนต์” แต่กลับเกี่ยวเนื่องกับการทำ CRM (Customer Relationship Management) อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องขอบคุณในความแม่นยำของข้อมูลต่าง ๆ ที่เก็บได้อย่างครบถ้วนภายในธุรกิจของคุณโดยเทคโนโลยี RPA ไม่มีข้อแม้ทั้งในเรื่องของติดตามสินค้า การวิจารณ์เกี่ยวกับตัวโปรดักต์ จนไปถึงเรื่อง ๆ อื่น ที่ใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อสนับนุนลูกค้าของธุรกิจคุณ หรือจะเป็นในเรื่องของการแก้ไขสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง พร้อมให้คุณรับทราบได้อย่างทันท่วงที

บริหารระบบขนส่ง (Logistics)

การจัดการบริหารระบบขนส่งภายในธุรกิจ เป็นอีกหนึ่งในงานหินของอุตสาหกรรมแขนงนี้ กระบวนการที่มีความหลายขั้นตอน การวิเคราะห์ข้อมูลอันแสนซับซ้อน บอกเลยว่า RPA นั้นยินดีอย่างมากในการช่วยเหลือ การผสานข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่ดั้งเดิม ข้อมูลที่เพิ่มเติมเข้ามาอยู่ตลอด ผสานเข้ากับเทคโนโลยีนี้ สิ่งที่คุณจะได้คือศักยภาพในการส่งขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

ทั้งในรายงานทางเลือกที่เหมาะสม ความคุ้มทุน การประกัน และสิ่งสำคัญอย่างระยะเวลาในการขนส่ง แถมยังสามารถติดตามการขนส่งได้แบบ Real-Time หลายขั้นตอน หลายประโยชน์ที่จะได้รับขนาดนี้ แล้วมันมีเหตุผลไหนที่จะทำให้คุณไม่เลือกใช้ RPA ล่ะ..

RPA คืออะไร

จัดการระบบข้อมูลด้วย RPA สู่ชิ้นงานคุณภาพในราคาที่เหมาะสม

การใช้งาน RPA เป็นซอฟต์แวร์ช่วยดำเนินธุรกิจ มีประโยชน์มากมายและช่วยยกระดับในทุกโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ดังที่กล่าวไปแล้ว ในส่วนของโรงกลึงพี-วัฒน์ เราก็ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาครอบคลุมรอบด้าน ทั้งในเรื่องของความเอาใจใส่ในลูกค้า ความตรงต่อเวลา การมีระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพสูงแบบนี้ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นในกระบวนการอื่นแล้ว ยังทำให้เราสามารถผลิตสินค้าด้วยวัสดุคุณภาพสูงภายใต้ราคาที่เหมาะสมได้อยู่เสมอตลอดระยะเวลาที่เปิดบริการ

ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลคุณภาพ :

RPA Industry Reference (bluefishsolution.com)

How RPA can be utilized in Manufacturing Sector – PLM,ERP,IIoT – Neel SMARTEC Consulting

RPA for the Manufacturing Industry – Manufacturing Automation | UiPath