Smart Factory ปฏิวัติวงการด้วย Generative AI โรงกลึง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างนวัตกรรม

Generative AI โรงกลึง

ในวันที่การแข่งขันด้านการผลิตเข้มข้นขึ้น โรงกลึงไม่ได้แข่งกันแค่ความเร็วหรือราคาอีกต่อไป แต่แข่งกันที่ความแม่นยำ คุณภาพ ความยืดหยุ่น และความสามารถในการส่งมอบตรงเวลา ยิ่งงาน CNC ซับซ้อนขึ้น วัสดุหลากหลายขึ้น และลูกค้าต้องการงานเฉพาะทางมากขึ้น โรงงานที่ตัดสินใจได้เร็วกว่า วางแผนได้แม่นกว่า และลดความสูญเสียได้มากกว่า ย่อมได้เปรียบ

Generative AI คือเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมการผลิต โดยเฉพาะกับงานโรงกลึงและ CNC เพราะไม่ได้แค่วิเคราะห์ข้อมูล แต่สามารถช่วยสร้างแนวทางใหม่ ๆ ให้ทีมงานได้ ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการสรุปปัญหาและจัดการความรู้ หากนำมาใช้ถูกจุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และต่อยอดนวัตกรรมได้จริง

Generative AI โรงกลึง

Generative AI คืออะไร

Generative AI คือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการสร้างเนื้อหาใหม่จากข้อมูลที่เรียนรู้มา เช่น ข้อความ รูปภาพ โมเดล หรือคำแนะนำเชิงเทคนิค โดยอาศัยการเรียนรู้เชิงลึกและการฝึกจากข้อมูลจำนวนมาก

เมื่อมองในบริบทโรงงาน AI แบบเดิมมักเน้นการตรวจจับหรือคาดการณ์ เช่น ตรวจว่าเครื่องผิดปกติหรือไม่ หรือคาดว่าเครื่องมือจะสึกหรอเมื่อไร ส่วน Generative AI จะเด่นเรื่องการสร้างทางเลือกและการสื่อสาร เช่น ช่วยร่างขั้นตอนการทำงาน เสนอแนวทางการออกแบบ หรือสรุปสาเหตุปัญหาให้ทีมผลิตและทีมซ่อมบำรุงเข้าใจตรงกัน

ทำไม Generative AI ถึงสำคัญกับโรงกลึง

โรงกลึง จำนวนมากเจอปัญหาที่คล้ายกัน เช่น แบบงานเปลี่ยนบ่อย งานเร่งทำให้แผนผลิตสั่นสะเทือน ความรู้สำคัญกระจุกอยู่กับคนเก่งไม่กี่คน ปัญหาคุณภาพเกิดซ้ำเพราะหาต้นเหตุยาก และเครื่องจักรหยุดฉุกเฉินโดยไม่คาดคิด

Generative AI เข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำ เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และทำให้ความรู้ในโรงงานถูกจัดระบบและถ่ายทอดได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การทำงานนิ่งขึ้น คุณภาพสม่ำเสมอขึ้น และต้นทุนแฝงลดลง

วิธีใช้ Generative AI ในอุตสาหกรรมโรงกลึง

1. การออกแบบชิ้นส่วนและการปรับแบบให้เหมาะสม

  • Generative AI สามารถช่วยสร้างแนวทางการออกแบบหลายรูปแบบจากเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ความแข็งแรง น้ำหนัก วัสดุ หรือข้อจำกัดด้านการผลิต แล้วเสนอแบบที่เหมาะสมให้ทีมวิศวกรนำไปพิจารณา
  • เหมาะกับงานที่ต้องลดน้ำหนักแต่ยังรับแรงได้ งานเฉพาะทางที่ต้องบาลานซ์ความแข็งแรงกับต้นทุน และงานที่มีหลายรุ่นหลายสเปก
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ ลดเวลาลองผิดลองถูก ลดการใช้วัสดุ และได้แนวคิดใหม่ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

2. การวางแผนกระบวนการผลิตให้เร็วและสม่ำเสมอ

  • งานวางแผนการผลิตในโรงกลึงครอบคลุมทั้งการเลือกกระบวนการ เลือกเครื่องมือ เลือกจิ๊กฟิกซ์เจอร์ กำหนดลำดับงาน และคาดการณ์เวลาผลิตจริง Generative AI สามารถช่วยสรุปข้อมูลแบบงานให้เป็นรายการตรวจสอบ เสนอแนวทางลำดับกระบวนการเบื้องต้น และช่วยร่างเอกสารมาตรฐานเพื่อให้ทีมผลิตและทีม QC เข้าใจตรงกัน
  • ประโยชน์ที่เห็นชัดคือ ลดเวลาจากรับแบบสู่เริ่มผลิต ลดความต่างของวิธีทำงานระหว่างทีม และเพิ่มความชัดเจนในการสื่อสารหน้างาน

3. การสนับสนุนงาน CAM และการตั้งค่าการตัดเฉือน

  • งาน CNC มีเวลาสูญเสียจำนวนมากจากการปรับพารามิเตอร์เพื่อลดการสั่นสะเทือน ทำผิวงานให้ได้ตามสเปก และยืดอายุเครื่องมือ Generative AI สามารถช่วยแนะนำค่าเริ่มต้นของ feed และ speed ในเชิงแนวทาง ช่วยสรุปวิธีเลือกเครื่องมือตัดตามวัสดุ และช่วยรวบรวมประวัติปัญหาหน้างานเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
  • เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพ คำแนะนำควรถูกตรวจสอบโดยวิศวกรหรือหัวหน้าช่าง และยึดตามมาตรฐานโรงงานและคู่มือเครื่องมือตัดเสมอ

4. การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบด้วยภาพ

Generative AI โรงกลึง
  • การตรวจคุณภาพด้วยสายตาหรือการวัดแบบแมนนวลอาจช้าและผลขึ้นกับประสบการณ์ ระบบ AI ที่ใช้ภาพสามารถช่วยตรวจจับรอยตำหนิ เช่น รอยแตก รอยบิ่น รอยขีดข่วน หรือความผิดปกติของผิวงานได้รวดเร็วขึ้น
  • เมื่อผสานกับ Generative AI ยังสามารถช่วยสรุปผลการตรวจเป็นรายงาน จัดทำฐานความรู้ตำหนิที่พบบ่อย และเสนอจุดควบคุมสำคัญเพื่อป้องกันของเสีย
  • ผลที่โรงกลึงมักเห็นคือ ลดของเสีย ลดรีเวิร์ค และลดเวลาตรวจที่เป็นคอขวด

5. การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์

  • เครื่องจักรหยุดแบบไม่คาดคิดสร้างต้นทุนสูงทั้งด้านเวลาและกำหนดส่ง Predictive Maintenance ใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เช่น สั่นสะเทือน อุณหภูมิ กระแสไฟ หรือข้อมูลการซ่อมบำรุงเพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงก่อนเสียจริง
  • ส่วน Generative AI ช่วยต่อยอดด้วยการสรุปอาการผิดปกติให้ทีมซ่อมเข้าใจเร็ว สร้างเช็กลิสต์ตรวจสอบ และช่วยร่างแผน PM หรือแนวทางเตรียมอะไหล่ตามความเสี่ยง
  • ผลลัพธ์คือ ลด downtime ลดงานซ่อมฉุกเฉิน และช่วยวางแผนการหยุดเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ

6. ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในงานโรงกลึง

  • งานซ้ำ ๆ เช่น หยิบวางชิ้นงาน จัดเรียง ตรวจเบื้องต้น หรือบันทึกข้อมูล เป็นงานที่ทำให้คนเก่งเสียเวลา Generative AI ช่วยสร้างคู่มือการทำงานและความปลอดภัยให้เข้าใจง่าย สนับสนุนการออกแบบขั้นตอนทำงานร่วมคนและระบบอัตโนมัติ และทำระบบถามตอบภายในโรงงาน เช่น งานนี้ใช้จิ๊กอะไร ควรเช็คอะไรก่อนเริ่ม
  • หลายโรงงานเริ่มจากการจัดระบบเอกสารและความรู้ก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ซับซ้อนขึ้น

ประโยชน์ของ Generative AI โรงกลึง ที่วัดผลได้

เพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนสร้างนวัตกรรมยกระดับความปลอดภัย
– ลดเวลาจากรับแบบไปสู่เริ่มผลิต
– ลดเวลาทำเอกสารและรายงาน
– ลดเวลาหาสาเหตุปัญหาที่เกิดซ้ำ
– ลดของเสียและรีเวิร์ค
– ลด downtime จากการซ่อมฉุกเฉิน
– ลดต้นทุนแฝงจากการสื่อสารผิดพลาด
– ออกแบบชิ้นส่วนและกระบวนการใหม่ได้เร็วขึ้น
– รองรับงานเฉพาะทางและงานปรับแต่งได้ดีขึ้น
– ยกระดับบริการ เช่น รายงานคุณภาพหรือคำแนะนำเชิงวิศวกรรมที่ละเอียดขึ้น
– ลดงานเสี่ยงที่ทำซ้ำ ให้คนไปโฟกัสงานควบคุมและตรวจสอบ
– ทำคู่มือและการฝึกอบรมให้เข้าถึงง่ายขึ้น

เริ่มต้นใช้ Generative AI ในโรงกลึงให้คุ้มค่า

  1. เลือกโจทย์ที่ชัดและวัดผลได้ ตัวอย่างเช่น ของเสียสูง ตั้งเครื่องนาน ทำรายงานกินเวลา หรือเครื่องหยุดบ่อย แล้วเริ่มจากหนึ่งโจทย์ก่อน เพื่อให้เห็นผลและสร้างความเชื่อมั่นในทีม
  2. เตรียมข้อมูลให้พร้อม รวบรวมเอกสารและข้อมูลที่มีอยู่ เช่น ประวัติการผลิต รายงาน QC บันทึกปัญหาและวิธีแก้ ประวัติซ่อมบำรุง และมาตรฐานการทำงาน แล้วค่อยพัฒนาให้เป็นระบบ
  3. ทำโครงการนำร่องแบบให้คนตรวจสอบ ให้ AI ช่วยเสนอแนวทางและให้คนเป็นผู้ตัดสินใจ พร้อมเก็บข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับให้เหมาะกับโรงงานจริง
  4. กำหนดกติกาด้านข้อมูลและความปลอดภัย กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลแบบงานลูกค้า ข้อห้ามในการใช้ข้อมูลอ่อนไหว และขั้นตอนอนุมัติคำแนะนำก่อนนำไปใช้จริง โดยเฉพาะเรื่องพารามิเตอร์เครื่องจักร
  5. วัดผลด้วย KPI เช่น เวลาจากรับแบบถึงเริ่มผลิต อัตราของเสีย OEE หรือ downtime เวลาทำรายงาน และความตรงเวลาการส่งมอบ

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้

Generative AI อาจให้คำตอบที่ไม่ถูกต้องได้หากข้อมูลไม่พอ จึงต้องมีการตรวจสอบโดยคนเสมอ คุณภาพผลลัพธ์ขึ้นกับข้อมูลของโรงงาน และงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต้องกำหนดมาตรฐานชัดเจน รวมถึงต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงของทีมงานให้ใช้อย่างต่อเนื่อง

อนาคตของโรงกลึงและ Smart Factory

Generative AI โรงกลึง

แนวโน้มสำคัญคือการใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยตัดสินใจ เช่น การตรวจคุณภาพและปรับกระบวนการทันที การจำลองกระบวนการก่อนผลิตจริง และการผลิตงานเฉพาะลูกค้าได้เร็วขึ้นโดยต้นทุนไม่พุ่ง โรงกลึงที่เริ่มจัดระบบข้อมูลตั้งแต่วันนี้จะต่อยอดสู่ Smart Factory ได้ง่ายกว่า

ดังนั้นสรุปได้คือ Generative AI โรงกลึง เป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้การผลิตเร็วขึ้น สม่ำเสมอขึ้น และลดความสูญเสียได้ ตั้งแต่การออกแบบ วางแผนผลิต สนับสนุนงาน CNC ตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ หากเริ่มจากโจทย์เล็กที่วัดผลได้ จัดระบบข้อมูล และให้คนตรวจสอบก่อนใช้งานจริง โรงกลึงจะได้ประโยชน์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน และนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1 เหมาะกับโรงกลึงขนาดเล็กไหม
เหมาะ เริ่มจากงานที่ช่วยประหยัดเวลาได้ทันที เช่น ช่วยทำเอกสาร สรุปปัญหา QC และจัดระบบความรู้ ก่อนค่อยขยายไปสู่การวิเคราะห์และระบบอัตโนมัติ

Q2 ต้องมีเซ็นเซอร์ก่อนหรือไม่
ไม่จำเป็น สามารถเริ่มจากเอกสารและข้อมูลที่มีอยู่ แล้วค่อยต่อยอดติดเซ็นเซอร์เมื่อพร้อม

Q3 จะช่วยลดของเสียได้อย่างไร
ช่วยทำงานให้สม่ำเสมอขึ้นด้วยเช็กลิสต์และมาตรฐาน ช่วยสรุปสาเหตุของเสียที่พบบ่อย และช่วยสื่อสารระหว่างทีมให้ตรงกันมากขึ้น

Q4 ต้องระวังเรื่องข้อมูลลูกค้าอย่างไร
ควรกำหนดนโยบายข้อมูลชัดเจน จำกัดสิทธิ์เข้าถึง และหลีกเลี่ยงนำข้อมูลอ่อนไหวไปใช้กับเครื่องมือที่ไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย

อนาคตที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ เครื่องจักร CNC

เครื่องจักร CNC

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต้องใช้ เครื่องจักร CNC และได้ติดตามอัพเดตข่าวสารอยู่เสมอ น่าจะพอระแคะระคายมาบ้างแล้วว่าการใช้เครื่องจักรแบบเก่าอย่างเดียวกับอุตสาหกรรมนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป

ด้วยอนาคตของการผลิตประเภทนี้นั้นมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น มีความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้น รวมถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดจนเรื่องของความต้องการด้านเวลาในการผลิต และแรงกดดันเรื่องต้นทุน ทั้งหมดล้วนเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบรรลุความยืดหยุ่นในการผลิต ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ

โดยเราสรุปอนาคตที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เครื่องจักร CNC เป็น 5 ประเด็นสำคัญที่จะพูดถึงผ่านเนื้อหาด้านล่างได้ดังนี้

  • เปลี่ยนไปใช้การผลิตแบบ “High-Mix, Low-volume”
  • เน้นใช้งานเครื่องจักร CNC อเนกประสงค์เพื่อให้จบครบในเครื่องเดียว
  • เน้นระบบอัตโนมัติ CNC รวมถึงกระบวนการสนับสนุนต่าง ๆ 
  • ใช้งานซอฟต์แวร์วางแผนการผลิตและจัดการทรัพยากรเพื่อให้สามารถควบคุมการผลิตได้อย่างเต็มที่
  • ดำเนินรอยตาม “Mega Trend” (แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ) ซึ่งสำหรับอุตสาหกรรมนี้ เน้นเรื่องของการสร้างฐานการผลิตใหม่ และความพร้อมใช้งานของแรงงานเป็นตัวกำหนด
เครื่องจักร CNC
Image by onlyyouqj on Freepik

ทบทวนอนาคตครบทั้ง 3 ภาคส่วนของอุตสาหกรรม CNC

ก่อนที่จะไปวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณเอง สามารถทบทวนลักษณะและแนวโน้มของการผลิต CNC ในอนาคตทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ภาพรวมอุตสาหกรรมทั้งหมด ผู้ผลิตรายบุคคล และพื้นที่ส่วนของโรงงาน ซึ่งแนวโน้มส่วนใหญ่มีผลกระทบในหลายระดับนอกเหนือจากที่กล่าวผ่านเนื้อหาทั้งสามสิ่งนี้

อุตสาหกรรมการผลิต

ความยั่งยืนมีความสำคัญพื้นฐานสำหรับอนาคตของโลกและมนุษยชาติกันเลยทีเดียว ซึ่งความยั่งยืนในหลักสากลสามารถสรุปได้เป็นสามมุมมองที่สำคัญ หรือที่เรียกกันว่า “Triple-P” ประกอบด้วย ผู้คน (People), โลก (Planet) และความสามารถในการทำกำไร (Profitability) 

ภาคของอุตสาหกรรมการผลิตนั้นต้องการประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรที่สูงขึ้น การผลิตที่ตรงเวลามากขึ้น การปล่อยของเสียน้อยลง และนำเอารูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ามาใช้ เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยลดการปล่อย CO2 ซึ่งการพัฒนาสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีการนำระบบอัตโนมัติที่ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น แถมยังทำให้การผลิตมีความหมาย มีความปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย

เครื่องจักร CNC
Image by kjpargeter on Freepik

คำกล่าวถึงการเพิ่มระดับของระบบอัตโนมัติที่บอกว่าเห็นได้ชัด สามารถพิสูจน์ได้ด้วยรายงานจาก IFR (International Federation of Robotics) ซึ่งมีข้อมูลแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของการติดตั้ง “แขนหุ่นยนต์” เฉลี่ยต่อปีประมาณ 6% และเพื่อให้มองภาพของการเติบโตนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีการเปิดเผยตามข้อมูล IRF เศรษฐศาสตร์ของอ็อกซ์ฟอร์ด ได้สรุปโดยสมมติว่าอัตราการใช้หุ่นยนต์นั้นเร็วขึ้น 30% เมื่อเทียบกับพื้นฐานทั้งหมดอาจนำไปสู่การเพิ่มมูลค่า 4.9 ล้านล้านยูโร หรือ 5.3% ของ GDP โลกในปี 2030!

เป็นที่น่าสังเกตว่าระบบอัตโนมัติไม่ได้แพร่หลายเฉพาะในแง่ของอัตราการทำงานอัตโนมัติที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งนี้ครอบคลุมถึงการวางแผนการผลิต ซึ่ง IFR ได้ให้ความสำคัญและมองว่านี่เป็นหนึ่งใน Mega Trend ในอนาคตอันใกล้นี้ จากข้อมูลทั้งหมดสามารถนำมาปรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดกับโรงกลึงที่ต้องใช้เครื่องจักร CNC ของคุณได้

บริษัทผู้ผลิต

ข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้ผลิตทางอุตสาหกรรมและความโปร่งใสของการเชื่อมต่อระหว่างโรงงานที่มากขึ้น นำมาสู่การผลิตแบบ “High-Mix, Low-volume”

เครื่องจักร CNC
Image by liuzishan on Freepik
  • เพิ่มการปรับแต่งและตัวแปร : ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมีความซับซ้อนมากขึ้นและปรับแต่งได้ตามความต้องการ แต่ก็แลกมาด้วยอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยของชิ้นงานในการผลิตก็สั้นลงและมีความไม่แน่นอนมากขึ้น เมื่อต้องรวมกับระยะเวลารอคอยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการในการผลิตต้องผสมผสานประสิทธิภาพเข้ากับความยืดหยุ่นและมีความโปร่งใส
  • การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในตลาด : ความหมายของสิ่งนี้อาจหมายถึงความผันผวนของอุปสงค์โดยรวมหรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมที่ต้องการ “การปรับตัว” อย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้ต้องการความยืดหยุ่นในการผลิต รอบการวางแผนที่สั้นลงอาจเกิดจากสาเหตุตามสัญญา หมายความว่าทั้งร้านขายเครื่องจักรหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะผลิตอะไรหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างมาก
  • ข้อกำหนดด้านคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับมีความต้องการมากขึ้น : ไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ แต่ในอุตสาหกรรมการสร้างเครื่องจักรโดยทั่วไป ก็โดนความกดดันในเรื่องการลดต้นทุนอยู่เสมอ ทำให้ต้องหาวิธีใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนความสามารถในการทำกำไรจากการผลิตและการใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
  • โรงงานมีการเชื่อมต่อระหว่างกันมากขึ้น : เนื่องจากการผลิตมักจะเกิดขึ้นในเครือข่ายบางแห่ง ความโปร่งใสและการแบ่งปันข้อมูลจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น ในโลกของการผลิตที่มีการเชื่อมต่อกัน การเปิดใช้งานโดยซอฟต์แวร์เพื่อดำเนินการผลิต เราสามารถรู้ได้ทันทีเมื่อชิ้นส่วนที่จำเป็นในการผลิตมาถึง เรียกว่ารู้โดยไม่ต้องเสียเวลาสอบถาม สามารถเช็คหลาย ๆ กระบวนการได้จากซอฟต์แวร์

เครื่องจักร CNC และพื้นที่การผลิต

ปัจจุบันนี้ เครื่องจักร CNC อเนกประสงค์เป็นที่นิยมอย่างมาก สนับสนุนการรวบรวมข้อมูล และระบบกระบวนการ มีซอฟต์แวร์การวางแผนการผลิต ช่วยให้สามารถควบคุมการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเน้นย้ำเรื่องของการ “จบงานในเครื่องเดียว” ส่งผลให้เครื่องจักรอเนกประสงค์กลายเป็นสิ่งฮอตฮิต การใช้งานสิ่งนี้หมายความว่ากระบวนการตัดเฉือนนั้นเสร็จสมบูรณ์ได้โดยใช้การจับยึดที่น้อยลง และมักจะอยู่ในเครื่องเดียวกัน เช่น เครื่องกลึง เครื่องกัด ที่มี 4 หรือ 5 แกน สามารถตอบสนองความต้องการในการออกแบบชิ้นงานมากขึ้น และตัดสินใจเลือกวิธีการผลิตที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำกว่าที่เคย

เครื่องจักร CNC
Image by usertrmk on Freepik

การรวมหลาย ๆ อุปกรณ์เพิ่มเติมในเครื่องเดียวที่สนับสนุน CNC Machining เช่น การล้าง การวัด การทำเครื่องหมาย การตกแต่ง และอื่น ๆ ได้ถูกรวบรวมเข้ากับระบบอัตโนมัติเพื่อผลผลิตและกำลังผลิตที่สูงขึ้น มีกระบวนการที่มีเสถียรภาพมากขึ้น จัดการสิ่งที่ซับซ้อน ทั้งหมดนี้สั่งการได้ด้วยซอฟต์แวร์ 

ความท้ายทายในการวางแผนการผลิตและการจัดการทรัพยากรการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของข้อมูล การทำงานร่วมกันระหว่างคน ซอฟต์แวร์ และเครื่องจักร จำเป็นต้องมีตัวเชื่อมที่มีประสิทธิภาพ สำหรับบทบาทดังกล่าวก่อนหน้านี้จะเป็น Excel แต่ปัจจุบันก็ไม่สามารถจัดการกับความซับซ้อนได้ดีเท่ากับซอฟต์แวร์การวางแผนการผลิตเฉพาะทาง

ระบบอัตโนมัติ CNC อัจฉริยะ คืออนาคต?

ทุกความไม่แน่นอนในอนาคตสามารถจัดการได้ “ด้วยการวางแผน” การมีเครื่องมือที่ดี มีมายด์เซตต่อเรื่องนั้น ๆ ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนเรื่องของอุตสาหกรรม CNC สิ่งที่เหมาะสมและจำเป็นคือ “ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ” โดยสิ่งนี้สามารถรวบรวมประสิทธิภาพของการเคลื่อนไหวทางกายภาพ เข้ากับกระบวนการการวางแผนการผลิต เกิดเป็นการผลิตแบบผสมผสาน มีความหยืดหยุ่น สั่งการได้จากทุกที่บนโลก เรียกว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตของบุคคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ไปตลอดกาล 

สุดท้ายยังคงไว้ซึ่งหลักความยั่งยืนสากล “Triple-P” สมดุลสำคัญครบ ทั้ง โลก ผู้คน และผลกำไร…

Cover Image : Image by Freepik

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : FASTEMS

เทรนด์โลจิสติกส์กับการขนส่งอุตสาหกรรมในปี 2022 ที่น่าสนใจ

โลจิสติกส์

ความเสียหายต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งอันที่จริงแล้วปี 2021 ณ ปัจจุบันที่กำลังจะผ่านพ้นไป เริ่มมีการวางโครงสร้าง มองหากลยุทธ์ใหม่ ๆ มาปรับใช้กับวงการ “โลจิสติกส์” อันเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญต่ออุตสาหกรรมแทบจะทุกประเภท หลาย ๆ โรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลก ทั่วประเทศ รวมถึงโรงกลึงพีวัฒน์ก็ต่างเจอปัญหาจากผลกระทบเรื่องการขนส่งที่มีต้นเหตุจากโรคระบาดไม่น้อยเช่นกัน

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่แล้วเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากสิ่งที่เกิดขึ้นเสียมากกว่า แต่หลังจากที่ทั่วโลกได้ประเมินแล้วว่าต้องอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ไปอีกพักใหญ่ การมองถึงเรื่องอนาคตโดยนำเอานวัตกรรมต่าง ๆ มาผูกกับระบบการขนส่งจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ กลายเป็นหัวข้อที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้

โลจิสติกส์ กับ Covid-19

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เคยมีมูลค่าสูงถึง 7,641.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2017 แต่พอเจอกับพิษ Covid-19 เข้าไปทำเอาลดลงมาเหลือ 5,200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2019 ส่วนต่างขนาดนี้ต่อให้เราไม่ได้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เห็นตัวเลขที่หายไปยังรู้สึกน่าตกใจไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ..

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เริ่มคลึ่คลายลงในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ข้อมูลล่าสุดที่เราได้สืบค้นมา ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังจะกลับมาเข้ารูปเข้ารอย อาจเติบโตไปถึงตัวเลขระดับ 12,975.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2027 ได้ไม่ยาก

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามายกระดับอุตสาหกรรมนี้ และในปี 2022 ที่กำลังจะถึง เราได้นำแนวโน้มที่จะเข้ามาเพิ่มศักยภาพให้กับวงการโลจิสติกส์ โดยเนื้อหาทั้งหมดอยู่ด้านล่างแล้ว ตามไปเสพย์กันได้เลย

โลจิสติกส์

เทรนด์ โลจิสติกส์ ที่น่าสนใจในปี 2022

ต้องบอกกันแบบนี้ก่อนว่าในช่วงที่หลาย ๆ อุตสาหกรรมเจอกับผลกระทบอย่างหนักหน่วง แต่เรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมนั้นรุดหน้าอยู่เสมอ โดยเนื้อหาต่อไปนี้จะเทรนด์ที่น่าสใจเกี่ยวกับการยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ที่อาจจะเข้ามามีอิทธิพลในปี 2022 รวมถึงปีต่อ ๆ ไป

คลาวด์ คอมพิวติ้ง

แม้ว่าอาจมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในช่วงแรกที่มีการเริ่มใช้ แต่การนำระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง มาใช้นั้นถือเป็นโอกาสใหญ่ของบริษัทที่จะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดเรื่องโลจิสติกส์จากโมเดล SaaS (Software-as-a-Service) ที่จะช่วยให้เข้าถึงผลกำไรที่สูงขึ้นเกินกว่าผลตอบแทนทั่วไปจากความสามารถขององค์กร

คลาวด์จะกลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับงานบริการโลจิสติกส์ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ข้อดีมีมากมาย ทั้งช่วยลดค่ายใช้จ่ายด้านไอทีสำหรับการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานและการตั้งค่าโซลูชั่น ช่วยให้ผู้บริการกำหนดเป้าหมายธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องกาาชำระค่าเทคโนโลยีตามการสมัครรับใช้ข้อมูล โดยเหล่านี้มีบริษัทซัพพลายเชนร่วมเป็น Third Party คอยตอบสนอง แก้ปัญหา เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน

เทคโนโลยีบล็อคเชน

แอปพลิเคชั่นบล็อคเชนมีศักยภาพสูงในการเติมเต็มฟังก์ชั่นด้านโลจิสติกส์ เป็นตัวกำหนดทิศทางการกระจายสินค้าและการขนส่งในปี 2022 และปีต่อ ๆ ไป  มีความสามารถในการแก้ปัญหาสำคัญ ๆ ได้โดยการสร้างบันทึกดิจิทัลที่เข้ารหัสซึ่งติดตามสินค้าในทุกขั้นตอนของซัพพลายเชน มองเห็นได้อย่างชัดเจนหากเกิดความผิดปกติที่ส่งผลต่อการขนส่ง ช่วยให้บริษัทเข้าถึงปัญหาหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญที่สุดสำหรับ บล็อคเชน สามารถทำให้กระบวนการโลจิสติกส์เป็นไปอย่างอัตโนมัติ แถมยังตรวจสอบ สนับสนุน แบ่งปันข้อมูลได้อย่างปลอดภัย และบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โลจิสติกส์

Internet of Things (IoT) 

ปัจจุบันสิ่งนี้อาจจะยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร แต่แนวคิดระบบการขนส่งอัจฉริยะ การวางแผนเส้นทาง อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ได้ผสานรวมโซลูชั่น AI เข้ากับการดำเนินงาน นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ได้รับการพูดถึงและจะเพิ่มศักยภาพได้อย่างมหาศาล

แบบสำรวจของการใช้ AI ทั่วโลก การนำสิ่งนี้มาใช้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการขนส่ง สามารถเพิ่มผลกำไรของบริษัทได้มากกว่า 40% ต่อปี และการที่บริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่งเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อประหยัดเงินและเวลาในอนาคต ก็น่าจะเป็นคำตอบได้อย่างดี

รถบรรทุกไร้คนขับ

น่าจะยังเร็วเกินไปนิด หากจะพูดเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายังเห็นข่าวรถพลังงานไฟฟ้าของ Tesla ใช้ระบบ “ออโตไพลอต” แล้วยังเกิดอุบัติเหตุตามท้องถนนอยู่..

ซึ่งก็เป็นไปตามที่แหล่งข้อมูลได้กล่าวไว้ เทคโนโลยีการขับขี่ด้วยตนเองยังอยู่ในระหว่างพัฒนาและปรับปรุง ยังมีอุปสรรคอีกหลายอย่างที่ต้องเอาชนะ เช่น การปรับปรุงซอฟต์แวร์ไร้คนขับเพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดบนถนนในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งถือเป็นงานหินพอสมควร แต่ก็เป็นหนึ่งในแนวโน้มอันสอดคล้องกับคมนาคมขนส่งในอนาคตที่ผู้เชี่ยวชาญได้คาดการณ์เอาไว้ หากทุกอย่างลงตัวพร้อมใช้งาน นี่น่าจะเป็นเทรนด์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดเทรนด์นึง ชนิดที่คนทั่วไปเห็นแล้วยังต้องอึ้งกันเลย

Last-Mile Delivery

ภาษาธุรกิจของอุตสาหกรรมของโลจิสติกส์ หากเรียกกันแบบให้เข้าใจง่ายที่สุดน่าจะเป็น “ไม้สุดท้าย” ของการขนส่งนั่นเอง

บริษัทต่าง ๆ ได้พัฒนาเรื่องนี้กันมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การจัดสั่งอันราบรื่นที่สุด โดยในปี 2022 ที่จะถึงนี้ มีองค์กรจำนวนไม่น้อยพร้อมจะใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลอัพเดตแบบเรียลไทม์ ตลอดจนกระทั่งเหตุผลในการที่สินค้ายังไม่ถูกจัดส่ง รวมถึงแนวทงการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของการขนส่งเคสบายเคสแบบละเอียด

การส่งมอบไม้สุดท้ายเป็นส่วนสำคัญที่สุดของกานขนส่งเลยก็ว่าได้ เพราะมีความเกี่ยวข้อโดยตรงกับระดับความพึงพอใจของลูกค้า แต่สิ่งที่ทำให้เทรนด์นี้อยู่ในลำดับท้าย ๆ ที่จะนำมาพิจารณาทั้ง ๆ ที่หากทำได้ดีจะส่งผลดีกับบริษัทโดยตรง นั่นเป็นเพราะมีอีกหลายปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมขององค์กรนั่นเอง

โลจิสติกส์

อย่างที่เรารู้กันว่าหลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โรคระบาดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ได้ก็มาในรูปแบบของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มารองรับ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาจากเรื่องดังกล่าว หรือการเพิ่มศักยภาพ เพิ่มหนทางใหม่ ๆ ในการผลักดันให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ เหมือนกับเทรนด์ของอุตสาหรรมโลจิสติกส์ที่เรานำมาพูดคุยกันผ่านเนื้องหาวันนี้ หากคุณรู้สึกสนใจหัวข้อไหน สามารถต่อยอดหาข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดเชิงลึกเพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้เลย

ขอขอบคุณเนื้อหาสาระจากแหล่งข้อมูล และบทความดี ๆ จากต้นทางมา ณ ที่นี้

https://www.globaltrademag.com/what-does-2022-have-in-store-for-the-shipping-logistics-industry/

https://xtendedview.com/business/emerging-logistics-industry-trends/8813/

จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร ? ทำไมคนทำงานอุตสาหกรรมต้องรู้จัก

การดำเนินการผลิตชิ้นงานหรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมจำนวนมาก (mass production) ให้ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับ “interchangeability” หรือความสามารถในการแลกเปลี่ยนกันได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบให้ง่ายขึ้น ไวขึ้น (เพราะต้องผลิตเป็นจำนวนมาก) และช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยนั่นเอง สิ่งสำคัญคือต้องมีวิธีการจัดวางตำแหน่งที่ง่ายและรวดเร็ว วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมานั้น อุปกรณ์ชนิดนี้มีชื่อว่า จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่า จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร

“จิ๊กและฟิกซ์เจอร์” หรือ อุปกรณ์จับยึด เป็นเครื่องมือในการผลิตที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนที่เหมือนๆ กันหรือซ้ำๆ กัน และใช้แทนกันได้อย่างแม่นยำ กล่าวคือเป็นเครื่องมือที่มีคุณสมบัติ interchangeability ดังที่ได้กล่าวไป ที่สำคัญในแต่ละโรงกลึง ส่วนใหญ่แล้วจิ๊กและฟิกซ์เจอร์จะได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถกลึงหรือประกอบชิ้นส่วนจำนวนมากให้ออกมามีสเปค รูปร่างและขนาดได้เหมือนกัน และเพื่อให้แน่ใจว่าส่วนประกอบสามารถเปลี่ยนกันได้ (หมายถึงมีคุณสมบัติ interchangeability แลกเปลี่ยนกันได้ ใช้แทนกันได้ในแต่ละชิ้นงาน เพราะมีรูปร่าง ขนาด สเปค เหมือนกันเป๊ะๆ นั่นเอง)

จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร

Jigs (จิ๊ก)

เป็นอุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน ตามตำแหน่งที่ถูกระบุไว้ เพื่อนำทางให้เครื่องมือตัด สำหรับการผลิตชิ้นงานแบบเฉพาะทาง เช่น อะไหล่แต่งรถ อะไหล่ชิ้นส่วนเครื่องจักรเฉพาะทาง เป็นต้น

โดยปกติจิ๊กจะติดตั้งบูชเหล็กชุบชนิดแข็ง เพื่อความแข็งแรง แน่นหนา เพื่อจับยึดไม่ให้ชิ้นงานไม่ขยับไปไหน ในขณะที่เครื่องมือตัดกำลังทำงาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการแนะแนวทางการเดินของเครื่องตัดไปในตัว เพราะเครื่องตัดก็จะต้องตัดตามแนวทางที่จิ๊กยึดไว้ตามตำแหน่ง ดังที่กล่าวอีกนัยนึงคือจิ๊กถือเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งที่ใช้ควบคุมตำแหน่งและ/หรือการเคลื่อนไหวของเครื่องมืออื่นๆ ในการผลิต

จุดประสงค์หลักของจิ๊กคือการให้ความสามารถในการทำซ้ำ ความแม่นยำและ ความสามารถในการใช้แทนกันได้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ดังที่กล่าวไปเรื่องคุณสมบัติ interchangeability

สรุป: อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง จับงานและชี้แนะเครื่องมือในการผลิต เรียกว่า “จิ๊ก”

จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร

ฟิกซ์เจอร์ (Fixtures)

เป็นอุปกรณ์จับชิ้นงานที่ยึดรองรับและระบุตำแหน่งชิ้นงานสำหรับการใช้งานเฉพาะ แต่ไม่ได้แนะนำทางเดินให้กับเครื่องมือตัดเหมือนอย่างจิ๊ก

สิ่งที่ทำให้ฟิกซ์เจอร์ไม่เหมือนใคร คือแต่ละชิ้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เข้ากับชิ้นส่วนหรือรูปร่างเฉพาะ โรงกลึงแต่ละที่ส่วนใหญ่ก็จะมีฟิกซ์เจอร์ของตัวเองก็ว่าได้

จุดประสงค์หลักของการติดตั้งฟิกซ์เจอร์คือ เพื่อค้นหาและในบางกรณีถือชิ้นงานระหว่างการตัดเฉือนหรือกระบวนการทางอุตสาหกรรมอื่นๆ จิ๊กแตกต่างจากฟิกซ์เจอร์ตรงที่มันนำเครื่องมือไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องนอกเหนือจากการระบุตำแหน่งและรองรับชิ้นงาน

ตัวอย่าง: แท่นจับชิ้นงาน

สำหรับในบทความนี้คิดว่าทุกคนคงได้รู้จักจิ๊กและฟิกซ์เจอร์กันมากขึ้น เข้าใจประโยชน์ของเครื่องมือชนิดนี้กันบ้างแล้ว สำหรับครั้งหน้าบทความดีๆ จากโรงกลึงพี-วัฒน์จะของนำเสนอข้อดีของจิ๊กและฟิกซ์เจอร์ แล้วรอติดตามกันได้เลยครับ

ขอขอบคุณบทเรียนด้านเครื่องมืออุตสาหกรรมจาก nitc.ac.in