แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรม มั่นใจได้มากน้อยแค่ไหน?

แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรม

ในยุคที่สถานการณ์ของโคโรน่าไวรัสส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการทำธุรกิจทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย หากว่ากันตามตรงต้องบอกว่า “หนักหน่วง” เหลือเกิน ไม่เว้นแม้แต่โรงกลึงหรือโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ซึ่งต้องมีการปรับตัวภายใต้เงื่อนไขของการควบคุมต่าง ๆ และใช้กระบวนการทำงานภายใต้กรอบของ แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลผลิตยังคงดำเนินการต่อไปได้ด้วยความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้า

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของแถลงการณ์ต่าง ๆ ที่ออกมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การที่มีหลักปฏิบัติออกมาเป็นมาตรการ “พื้นฐาน” เป็นดั่งแนวทางสำคัญที่เราสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเราให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ก็ต้องยึดถือความปลอดภัย สุขภาพของทีมงานเป็นอันดับแรก  โดยโรงกลึงพี-วัฒน์ นั้นพร้อมสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า ด้วยแนวทางปฏิบัติดังกล่าวบนมาตรฐานระดับสูงเหมือนเคย

หนักแค่ไหน.. อุตสาหกรรมไทยในสถานการณ์ โควิด-19

ตามที่เราได้รับข่าวสารผ่านหลายช่องทางในแต่ละวัน จากสถานการณ์ที่เคยดีขึ้นเป็นลำดับ กลับมาหนักหนาอีกครั้งเมื่อเจอพิษการระบาดของโควิด “ระลอกใหม่” ไม่ใช่ระลอกสอง ตามคำนิยามของ ศบค. เหมือนเมื่อช่วงส่งท้ายปี จนมาถึงช่วงสงกรานต์ปีใหม่ไทยที่กลับมาประทุอีกครั้ง โดยเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ๆ ส่วนใหญ่แล้วแทบจะยังฟื้นตัวขึ้นมาก่อนหน้านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำไป

และแน่นอน ธุรกิจที่โดนอัปเปอร์คัตปลายคางอีกครั้งหนีไม่พ้น “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ” กรีฑาทัพโดย อุตสาหกรรมโรงแรม อุตสาหกรรมร้านอาหาร และอุตสาหกรรมการบิน แม้จะยังไม่ถึงกับน็อคแต่เรียกได้ว่าต้องเดินสะโหลสะเหลบนเวทีไปอีกพักใหญ่ นอกจากล่าสุดคนจะติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทำสถิติ “New High” ทุก ๆ วัน จำนวนผู้เสียชีวิตมากขึ้นตามลำดับจนเป็นที่น่าวิตกกังวล

แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรม
Image by Drazen Zigic on Freepik

คาดว่ากว่าที่วัคซีนจะเข้ามามีบทบาทจนกลายเป็นหมัดเด็ดช่วยพลิกสถานการณ์ก็น่าจะอีกพักใหญ่ ฉะนั้น สถานการณ์ตอนนี้ธุรกิจใดมีแผนสอดคล้องกับมาตรการไหนที่ออกมา ปรับใช้กับโครงสร้างธุรกิจตัวเองได้มากน้อยขนาดไหน ก็ต้องออกหมัดคอยแย็บไว้บ้างยังดีกว่าไม่ได้ออกอาวุธอะไรเลย

สำหรับอุตสาหกรรมโรงงานก็ต้องปรับตัวไม่ใช่น้อยเช่นกัน อาจจะไม่ถึงกับหลังพิงฝาเหมือนกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ แต่ถ้าจะบอกว่าไม่ได้รับผลกระทบเลย.. อันนี้ไม่ใช่แน่ ๆ อย่างมาตรการโควิด-19 ที่ออกมา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จำเป็นต้องทำเพิ่ม รายได้เป็นอย่างไรไม่รู้ แต่รายจ่ายเพิ่มเข้ามาเรียบร้อย เมื่อดูแล้วเป็นทางออกหลักที่จะทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ทั้งยังเป็นการรับผิดชอบต่ออุตสาหกรรมโรงงานและสังคมโดยรวม เชื่อว่าโรงงานทุกแห่งพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว

แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไป

มาตรการนี้นั้นเป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานที่มีร่างออกมาตั้งแต่การระบาดของไวรัสตั้งแต่ระลอกแรก มีการปรับปรุงเรื่อยมาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถึงปัจจุบัน ฉะนั้น นี่ถือเป็นมาตรการสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปและไม่เว้นแม้แต่โรงกลึงซึ่งปฏิบัติกันมาโดยตลอด

แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรม
Image by aleksandarlittlewolf on Freepik

ความเข้นข้นของระดับการใช้มาตรการนี้นั้นเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงองค์รวมของโครงสร้างธุรกิจและกระบวนการของแต่ละโรงงานเอง แต่โดยหลักทั่วไปแล้วข้อสำคัญ ที่จำเป็นต้องทำเลย คือการแบ่งทีมงานออกเป็น 2 ส่วน สลับกันทำแบบ เวิร์คฟอร์มโฮม (Work from Home) คล้ายกับมี 2 บริษัท เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างปกติที่สุด

ในส่วนของกระบวนการผลิตนั้น ชุดอุปกรณ์ป้องกันพื้นฐานจำต้องมีการแจกจ่ายและตรวจอย่างเคร่งครัด นอกจากเป็นการป้องกันภายในโรงงานแล้ว การส่งสินค้าออกถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่อาจทำให้เป็นคลัสเตอร์ระลอกใหม่ได้เลย แต่ก็ยังเป็นที่เรื่องที่น่ายินดีว่าที่ผ่านมานั้นยังไม่มีข่าวว่าอุตสาหกรรมในโรงงานนั้นมีการบกพร่องแต่อย่างใด

ด้วยมาตรฐานและปรัชญาของโรงกลึงพี-วัฒน์ กับแนวทางสากลพร้อมดำเนินควบคู่ไปด้วยกัน

ในส่วนของ โรงกลึงพี-วัฒน์ เรื่องมาตรฐานการบริการผ่านปรัชญาที่เรายึดมั่นมาตลอดนั้นพร้อมดำเนินการสอดคล้องไปกับข้อปฏิบัติเกี่ยวกับ แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรม ในทุกกระบวนการได้ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภายในโรงงานผลิตก็ดี หรือทีมงานที่ต้องติดต่อโดยตรงกับลูกค้าก็ดี

โดยทางด้านของการผลิตเอง อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อมีมาตรการปฎิบัติสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร บวกกับความมุ่งมั่นของเราที่เตรียมตัวอยู่เสมอเพื่อรักษามาตรฐาน พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อสินค้าและบริการของเรา 

ดังนั้น นอกเหนือจากความพึงพอใจในตัวของชิ้นงานแล้ว เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นสิ่งที่เราเน้นย้ำทีมงานมาโดยตลอด นี่คือสิ่งเพิ่มเติมผสมผสานรวมกับปรัชญาหลักของเรา เป็นขั้นตอนที่พวกเราใส่ใจเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อจำกัดที่อาจมาพร้อมกับสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม?

แนวทางป้องกันโควิด-19 โรงงานอุตสาหกรรมหรือแนวทางป้องกันโรคระบาดสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการโรงกลึง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อปฏิบัติสำหรับการทำงานภายใต้ขีดจำกัดของวิกฤติการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสเท่านั้น แต่หากเรามองเจาะลึกลงไปจากผลกระทบร่วมกับการปรับตัวเพื่อ New Normal ด้วย สิ่งเหล่านี้เองทำให้โรงงานต่าง ๆ หันกลับมาพัฒนาระบบของตนเองมากขึ้น เทคโนโลยีและดิจิตอลจะเข้ามามีบทบาทมากกว่าที่เคยแน่นอน 

ฉะนั้น นี่ไม่ใช่การจบแบบการมอง “โลกสวย” เพียงแต่ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ข้อจำกัดมากมายขนาดนี้ การปรับตัวไม่ใช่การถอยหลัง 

หรือหากจะนิยามว่าเป็นการก้าวถอยหลังจริง ๆ นี่ก็คงเป็นการถอยกลับมาพัฒนาในสิ่งที่สามารถต่อยอดเพื่อให้เรากระโดดได้ไกลขึ้น เชื่อว่าหากสามารถรันธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมภายใต้มาตรการโควิดที่ออกมาได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บางทีผลลัพธ์ที่ได้หลังจากนี้อาจทำให้เกิดระบบใหม่ที่ดีกว่าเดิมก็เป็นได้..

Image by aleksandarlittlewolf on Freepik

รู้ไว้เป็นประโยชน์ ข้อดีของจิ๊กและฟิกซ์เจอร์ ฮีโร่แห่งการทำซ้ำ

ต่อเนื่องจากบทความสาระอุตสาหกรรมครั้งก่อนของโรงกลึงพี-วัฒน์ เรื่อง คนทำงานอุตสาหกรรม ทำไมต้องรู้จัก “จิ๊กและฟิกซ์เจอร์” (ใครยังไม่ได้อ่านคลิกที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ https://pwat.co.th/why-know-jigs-fixtures) เราได้แชร์เนื้อหาความหมายของจิ๊กและฟิกเจอร์ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งานของเครื่องมือดังกล่าวไปแล้ว หลายๆ คนในแวดวงอุตสาหกรรมโดยเฉพาะวงการงานกลึงโลหะ งานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับจิ๊กและฟิกซ์เจอร์เป็นหลักน่าจะได้ประโยชน์จากตรงนี้มากขึ้น ในวันนี้โรงกลึงพี-วัฒน์จะนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมที่ยังคงเป็นประโยชน์เช่นเดิม เกี่ยวกับ ข้อดีของจิ๊กและฟิกซ์เจอร์ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของเครื่องมือนี้มากขึ้น

อ้างอิงเนื้อหาทางวิชาการของ National Institute of Technology Calicut (NITC) ได้จำแนกข้อดีของจิ๊กและฟิกซ์เจอร์ออกแบบ 4 ด้านสำคัญๆ ดังนี้

ผลผลิต:
จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ช่วยเพิ่มผลผลิตโดยช่วยเรื่องการจัดการการมาร์กตำแหน่งของชิ้นงาน เมื่องานในโรงกลึงต้องการผลผลิตจำนวนมาก จิ๊กและฟิกซ์เจอร์จะช่วยลดเวลาในการทำงานได้อย่างมาก เนื่องจากความเร็วการป้อนและความลึกของการตัดเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีความแข็งแกร่งในการจับยึดสูง

ความสามารถในการแลกเปลี่ยนและคุณภาพ:
จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการผลิตชิ้นงานในปริมาณมากอย่างที่กล่าวไปข้างต้น แต่เสริมคือมีความแม่นยำระดับสูง และให้คุณภาพที่สม่ำเสมอ รวมถึงคุณสมบัติหลักที่ขาดไม่ได้คือความสามารถในการแลกเปลี่ยนแทนกันได้ (interchangeability) กล่าวคือสามารถผลิตชิ้นงานจำนวนมากที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ คือมีขนาด มีสเปค เท่ากันเป๊ะ ส่งผลให้ช่วยผู้ประกอบโรงกลึงสามารถลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี

ใช้งานง่าย:
ช่างเทคนิคหรือผู้ใช้งานจิ๊กและฟิกซ์เจอร์ในโรงกลึงไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญมากนักก็สามารถใช้งานได้คล่องแคล่ว เพราะใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ประกอบการโรงกลึงสามารถจ้างพนักงานควบคุมเครื่องจักรที่ไม่ต้องมีทักษะมากนัก เพื่อช่วยอประหยัดค่าแรงงาน

ลดต้นทุน:
การผลิตที่สูงขึ้น การลดเศษวัสดุ ประกอบง่ายและประหยัดต้นทุนแรงงาน ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงสูงสุด

ขอบคุณบทเรียนด้านเครื่องมืออุตสาหกรรมจาก nitc.ac.in

จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร ? ทำไมคนทำงานอุตสาหกรรมต้องรู้จัก

การดำเนินการผลิตชิ้นงานหรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมจำนวนมาก (mass production) ให้ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับ “interchangeability” หรือความสามารถในการแลกเปลี่ยนกันได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบให้ง่ายขึ้น ไวขึ้น (เพราะต้องผลิตเป็นจำนวนมาก) และช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยนั่นเอง สิ่งสำคัญคือต้องมีวิธีการจัดวางตำแหน่งที่ง่ายและรวดเร็ว วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมานั้น อุปกรณ์ชนิดนี้มีชื่อว่า จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่า จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร

“จิ๊กและฟิกซ์เจอร์” หรือ อุปกรณ์จับยึด เป็นเครื่องมือในการผลิตที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนที่เหมือนๆ กันหรือซ้ำๆ กัน และใช้แทนกันได้อย่างแม่นยำ กล่าวคือเป็นเครื่องมือที่มีคุณสมบัติ interchangeability ดังที่ได้กล่าวไป ที่สำคัญในแต่ละโรงกลึง ส่วนใหญ่แล้วจิ๊กและฟิกซ์เจอร์จะได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถกลึงหรือประกอบชิ้นส่วนจำนวนมากให้ออกมามีสเปค รูปร่างและขนาดได้เหมือนกัน และเพื่อให้แน่ใจว่าส่วนประกอบสามารถเปลี่ยนกันได้ (หมายถึงมีคุณสมบัติ interchangeability แลกเปลี่ยนกันได้ ใช้แทนกันได้ในแต่ละชิ้นงาน เพราะมีรูปร่าง ขนาด สเปค เหมือนกันเป๊ะๆ นั่นเอง)

จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร

Jigs (จิ๊ก)

เป็นอุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน ตามตำแหน่งที่ถูกระบุไว้ เพื่อนำทางให้เครื่องมือตัด สำหรับการผลิตชิ้นงานแบบเฉพาะทาง เช่น อะไหล่แต่งรถ อะไหล่ชิ้นส่วนเครื่องจักรเฉพาะทาง เป็นต้น

โดยปกติจิ๊กจะติดตั้งบูชเหล็กชุบชนิดแข็ง เพื่อความแข็งแรง แน่นหนา เพื่อจับยึดไม่ให้ชิ้นงานไม่ขยับไปไหน ในขณะที่เครื่องมือตัดกำลังทำงาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการแนะแนวทางการเดินของเครื่องตัดไปในตัว เพราะเครื่องตัดก็จะต้องตัดตามแนวทางที่จิ๊กยึดไว้ตามตำแหน่ง ดังที่กล่าวอีกนัยนึงคือจิ๊กถือเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งที่ใช้ควบคุมตำแหน่งและ/หรือการเคลื่อนไหวของเครื่องมืออื่นๆ ในการผลิต

จุดประสงค์หลักของจิ๊กคือการให้ความสามารถในการทำซ้ำ ความแม่นยำและ ความสามารถในการใช้แทนกันได้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ดังที่กล่าวไปเรื่องคุณสมบัติ interchangeability

สรุป: อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง จับงานและชี้แนะเครื่องมือในการผลิต เรียกว่า “จิ๊ก”

จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ คืออะไร

ฟิกซ์เจอร์ (Fixtures)

เป็นอุปกรณ์จับชิ้นงานที่ยึดรองรับและระบุตำแหน่งชิ้นงานสำหรับการใช้งานเฉพาะ แต่ไม่ได้แนะนำทางเดินให้กับเครื่องมือตัดเหมือนอย่างจิ๊ก

สิ่งที่ทำให้ฟิกซ์เจอร์ไม่เหมือนใคร คือแต่ละชิ้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เข้ากับชิ้นส่วนหรือรูปร่างเฉพาะ โรงกลึงแต่ละที่ส่วนใหญ่ก็จะมีฟิกซ์เจอร์ของตัวเองก็ว่าได้

จุดประสงค์หลักของการติดตั้งฟิกซ์เจอร์คือ เพื่อค้นหาและในบางกรณีถือชิ้นงานระหว่างการตัดเฉือนหรือกระบวนการทางอุตสาหกรรมอื่นๆ จิ๊กแตกต่างจากฟิกซ์เจอร์ตรงที่มันนำเครื่องมือไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องนอกเหนือจากการระบุตำแหน่งและรองรับชิ้นงาน

ตัวอย่าง: แท่นจับชิ้นงาน

สำหรับในบทความนี้คิดว่าทุกคนคงได้รู้จักจิ๊กและฟิกซ์เจอร์กันมากขึ้น เข้าใจประโยชน์ของเครื่องมือชนิดนี้กันบ้างแล้ว สำหรับครั้งหน้าบทความดีๆ จากโรงกลึงพี-วัฒน์จะของนำเสนอข้อดีของจิ๊กและฟิกซ์เจอร์ แล้วรอติดตามกันได้เลยครับ

ขอขอบคุณบทเรียนด้านเครื่องมืออุตสาหกรรมจาก nitc.ac.in

มาตรฐานอุตสาหกรรม ในประเทศไทยมีกี่ประเภท? อะไรบ้าง?

มาตรฐานอุตสาหกรรม

มาตรฐานอุตสาหกรรม ของไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

-1-

มาตรฐานอุตสาหกรรม

มาตรฐานบังคับ ประเภทที่ผู้ผลิตต้องผลิตให้ได้มาตรฐาน เป็นเครื่องหมาย มอก. (สีน้ำแดง) ที่แสดงบน
ผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่
ผู้บริโภค และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดข้ึนแก่เศรษฐกิจของประเทศผู้ผลิต ผู้นำ้เข้าและผู้
จำหน่ายจะต้องผลิต นำเข้าและจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเท่านั้น ถ้าผลิต
ไม่ได้มาตรฐานจะผิดกฎหมาย เช่น ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต และกระจก
นิรภัยรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งจะต้องติดเครื่องหมาย มอก.


เครื่องหมาย มอก. แสดงถึงคุณภาพของมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ ว่าผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองใน
ด้านความปลอดภัยรวมทั้งไดรับความเป็นธรรมจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เช่น มอก.
20-2527 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม เป็นต้น

-2-

มาตรฐานอุตสาหกรรม

มาตรฐานทั่วไป ประเภทที่ผู้ผลิตต้องผลิตให้ได้มาตรฐานหรือไม่ก็ได้เป็นเครื่องหมาย มอก. (สีน้ำเงิน) ที่แสดง
กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานไม่บังคับ ผู้ผลิตสามารถยื่นขอใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน
ได้ด้วยความสมัครใจ แต่ถ้าผลิตได้มาตรฐานจะติดเครื่องหมาย เช่น มอก. 80-2550 ปูนซีเมนต์
ผสม เป็นต้น

ที่มา: เอกสารประกอบการเรียนการสอน นายโสฬส เกษวิริยะการณ์ ครูวิทยฐานะ ชำนาญการ วิทยาลัยเทคนิคชุมพร (cptc.ac.th)

สำหรับผู้ประกอบการ โรงงาน บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลึง ก็ต้องทำความเข้าใจและพยายามพัฒนาปรับปรุงกระบวนการและสินค้าของตนให้อยู่ในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เพื่อความมั่นใจของลูกค้าและผู้บริโภค

Image by aleksandarlittlewolf on Freepik

อะไรคือ “อุตสาหกรรมครัวเรือน” และ “อุตสาหกรรมโรงงาน” ?

อุตสาหกรรมโรงงาน

อุตสาหกรรม (Industry) เป็นคำจำกัดความที่ใช้กับกิจกรรมที่ใช้ทุนและแรงงาน เพื่อที่จะผลิตสิ่งของหรือจัดให้มีบริการ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ อุตสาหกรรมในครัวเรือน และ อุตสาหกรรมโรงงาน

โดยมีที่มาในคำจำกัดความเหล่านี้จากในสมัยยุควิกตอเรีย นักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลานั้นว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมีการผลิตเครื่องทุ่นแรงต่างๆ มากมาย และทำให้อุตสาหกรรมเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วและมีระเบียบ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ การปฏิวัติอุตสาหกรรมยังเกี่ยวของกับลัทธิสังคมนิยมของ คาร์ล มาร์กซ (ลัทธิมาร์กซ) อีกด้วย

อุตสาหกรรมโรงงาน
Image by senivpetro on Freepik

ประเภทของอุตสาหกรรม แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. อุตสาหกรรมครัวเรือน อุตสาหกรรมการผลิตง่ายๆ เล็กๆ มักทำกันในครอบครัวหรือหมู่บ้าน ไม่ใช้แรงงาน ทุนและปัจจัยมาก แต่มักได้กำไรต่ำ อุตสาหกรรมจำพวกนี้มีตัวอย่าง เช่น หัตถกรรมจักสาน เซรามิก ถ้วยโถโอชามต่างๆ รวมไปถึงสินค้าประเภทอาหารบรรจถุงหรือหีบห่อที่มียี่ห่อบางชนิด เป็นตันด้วย และสินค้าโอทอป  (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัทฑ์) บางชนิดเองก็ถือเป็นอุตสาหกรรมอีกด้วย
  2. อุตสาหกรรมโรงงาน คือ อุตสาหกรรมที่ผลิตในโรงงาน สินค้ามักมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่เเตกต่างกันมากนัก พบมากในเขตเมือง หรือเขตที่มีความเจริญต่างๆ สินค้าพวกนี้มักเป็นสิ่งอุปโภคและสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ เช่น กระดาษทิชชู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เครื่องนุ่งห่ม สุรา บุหรี่ เป็นต้น และสินค้าบางประเภทมีการโฆษณาส่งเสริมการขายด้วย

โรงกลึงของบริษัทพี-วัฒน์ ถือเป็นอุตสาหกรรมโรงงาน เนื่องจากชิ้นงานของเราผลิตในโรงงาน มีบริษัทจดทะเบียนถูกต้องและมีมาตรฐานในกระบวนการการผลิตและการทำงาน มีพนักงานขึ้นทะเบียนเสียภาษีถูกต้อง ลูกค้าจึงมั่นใจได้ในการผลิตงาน มั่นใจได้ในคุณภาพ และความซื่อสัตย์ใส่ใจที่เราให้ความสำคัญมาเสมอ

ที่มา: sites.google.com/site/nganchang1112