ภูมิทัศน์ของการผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูงทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการถดถอยของอุตสาหกรรมเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และการผงาดขึ้นของอุตสาหกรรมกลุ่ม S-Curve ที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม สำหรับผู้ประกอบการโรงกลึง CNC ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่วิกฤต แต่คือ “โอกาสทอง” เทคโนโลยี Computer Numerical Control (CNC) ได้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงเทคโนโลยีสนับสนุนในสายการผลิตทั่วไป สู่การเป็นเทคโนโลยีหลัก (Technological Enabler) ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมการบินอวกาศ (Aerospace) และเครื่องมือแพทย์ (Medical Devices)
การจะก้าวเข้าไปชิงส่วนแบ่งในตลาดเหล่านี้ได้ โรงงาน CNC จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้น ความคลาดเคลื่อน (Tolerance) ที่แคบลง และที่สำคัญที่สุดคือ ความสามารถในการขึ้นรูป “วัสดุขั้นสูง” (Advanced Materials) ซึ่งมีความท้าทายในการกัดและกลึงมากกว่าเหล็กหรืออะลูมิเนียมทั่วไปอย่างมาก

สู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ยกระดับความแม่นยำและการลดน้ำหนัก
การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเครื่องยนต์ แต่คือการรื้อโครงสร้างสถาปัตยกรรมของยานยนต์ใหม่ทั้งหมด ความแม่นยำของงาน CNC กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการกำหนดระยะทางวิ่ง (Range) ความปลอดภัย และอายุการใช้งานของรถยนต์ EV
ความแตกต่างของงาน CNC ระหว่างเครื่องยนต์สันดาป (ICE) กับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
ในขณะที่ชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปมักใช้เหล็กและเหล็กหล่อเน้นชิ้นส่วนกลไกที่ทนความร้อนจากการเผาไหม้ อุตสาหกรรม EV กลับเน้นไปที่การลดน้ำหนัก (Lightweighting) และการจัดการความร้อน (Thermal Management) โดยเปลี่ยนมาใช้อะลูมิเนียม ทองแดง และวัสดุคอมโพสิต
- ระบบแบตเตอรี่ (Battery Systems): ถาดและเสื้อแบตเตอรี่ (Battery Enclosures) มักจะถูกขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงพอที่จะปกป้องเซลล์แบตเตอรี่เมื่อเกิดการชน อีกทั้งยังต้องมีความแม่นยำเชิงมิติสูงเพื่อให้ปิดผนึกได้สนิท ป้องกันความชื้นเข้าสู่ระบบไฟฟ้า
- แผ่นระบายความร้อน (Cooling Plates): ชิ้นส่วนนี้จะมีช่องทางเดินน้ำหล่อเย็นขนาดเล็ก (Micro-channels) ซับซ้อน ซึ่งต้องใช้เครื่อง CNC ที่มีความแม่นยำสูงในการกัดช่องเหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการกระจายความร้อนทั่วทั้งเซลล์แบตเตอรี่มีความสม่ำเสมอ ป้องกันปัญหา Thermal Runaway
- ชิ้นส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Housings): มอเตอร์ที่หมุนด้วยความเร็วสูงกว่า 20,000 รอบต่อนาที ต้องการเสื้อเพลาและชิ้นส่วนที่มีช่องว่างระหว่างสเตเตอร์ (Stator) และโรเตอร์ (Rotor) สม่ำเสมอระดับไมครอน เพื่อลดการสูญเสียฟลักซ์แม่เหล็กและเพิ่มแรงบิดสูงสุด
โรงงาน CNC ต้องปรับกลยุทธ์มาใช้การกัดอะลูมิเนียมความเร็วสูง (High-Speed Machining) และรับมือกับปัญหาเศษติดมีด (Chip Welding) รวมถึงการควบคุมการสั่นสะเทือนเมื่อต้องกัดชิ้นงานผนังบาง (Thin-wall)

วัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) กุญแจสำคัญสู่อุตสาหกรรมการบินอวกาศ
อุตสาหกรรมการบินอวกาศมีนโยบาย “ความคลาดเคลื่อนเป็นศูนย์” (Zero-tolerance) สำหรับความเสี่ยง และมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการลดน้ำหนัก ส่วนประกอบต่างๆ ต้องทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือภายใต้แรงกระทำซ้ำๆ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่รุนแรง และสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อน โรงงาน CNC ที่ต้องการรับงานกลุ่มนี้ต้องเตรียมพร้อมเจอกับวัสดุกัดยาก (Hard-to-Machine Materials)
การรับมือกับไทเทเนียมอัลลอยและซูเปอร์อัลลอย
- ไทเทเนียมอัลลอย (เช่น Ti-6Al-4V): ได้รับความนิยมสูงสุดในโครงสร้างอากาศยานและล้อเครื่องบิน เนื่องจากมีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ไทเทเนียมนำความร้อนได้ต่ำมาก ความร้อนจากการตัดจึงไม่ถูกระบายออกไปกับเศษกลึง แต่มักสะสมอยู่ที่คมตัดของทูลส์ ทำให้ทูลส์พังเร็ว และมักเกิดการเชื่อมติดทางเคมีที่อุณหภูมิสูง (Galling) ทางแก้คือต้องใช้เครื่อง CNC ที่แข็งแรงมาก ใช้รอบตัดต่ำ (30-60 m/min) และใช้ระบบน้ำยาหล่อเย็นแรงดันสูง (ฉีดเข้าคมตัดโดยตรง) เพื่อคุมความร้อน
- นิเกิลซูเปอร์อัลลอย (เช่น Inconel 718): ใช้ในชิ้นส่วนเครื่องยนต์เจ็ทและท่อไอเสียที่ทนความร้อนสูงจัด วัสดุนี้เมื่อถูกกัดจะเกิดการแข็งตัวจากการทำงาน (Work Hardening) อย่างรวดเร็ว ทำให้ความเร็วในการตัดทำได้เพียง 10-30 m/min เท่านั้น โรงกลึงจะต้องใช้การกัดแบบตั้งค่าป้อน (Feed) ที่สม่ำเสมอ และอาจต้องพิจารณาใช้เทคโนโลยีการทำความเย็นแบบ Cryogenic (ไนโตรเจนเหลว) เพื่อยืดอายุทูลส์

เครื่องมือแพทย์ (Medical Devices) ความแม่นยำระดับไมครอนที่เดิมพันด้วยชีวิต
อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เป็นหนึ่งในตลาดที่มีข้อกำหนดเข้มงวดที่สุด เนื่องจากชิ้นส่วนที่ผลิตออกมาจะต้องสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ ชิ้นงานไม่ได้ต้องการแค่ความทนทานทางกล แต่ต้องมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility) และพื้นผิวที่สะอาดสมบูรณ์
ความท้าทายด้านวัสดุและเครื่องจักร
- สเตนเลสเกรดการแพทย์ (316L) และ โคบอลต์-โครเมียม (Cobalt-Chrome): โคบอลต์โครมมีความแข็งสูงมาก มักใช้ทำข้อต่อเทียมหรือรากฟันเทียม การกลึงวัสดุเหล่านี้ต้องใช้ทูลส์ชนิดพิเศษ เช่น เซรามิก หรือใช้การจับยึดที่แน่นหนามากเพื่อป้องกันการสะท้าน (Chatter)
- พลาสติกวิศวกรรมขั้นสูง (PEEK): PEEK เป็นพลาสติกที่ทนความร้อน ทนการฆ่าเชื้อ และมีความแข็งแรงใกล้เคียงกระดูกมนุษย์ มักใช้ทำกรงกระดูกสันหลังเทียม (Spinal Cages) แต่ความท้าทายคือพลาสติกไวต่อความร้อนจากการกัด หากควบคุมความร้อนไม่ดี ชิ้นงานอาจบิดเบี้ยวหรือละลายได้
- เทคโนโลยี Swiss-Type CNC Machining: สำหรับชิ้นส่วนการแพทย์ขนาดจิ๋ว (Micro-machining) เช่น สกรูยึดกระดูก หรือชิ้นส่วนในอุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกล้อง โรงงานในต่างประเทศนิยมใช้เครื่องกลึงแบบสวิส (Swiss-type automatic lathes) ที่สามารถกลึงชิ้นงานขนาดเล็กมากและมีค่าพิกัดความเผื่อ (Tolerance) ในระดับ ±0.005 มิลลิเมตร พร้อมได้ความเรียบผิวระดับ Ra 0.1 – 0.4 ไมครอน เพื่อป้องกันการเกาะตัวของแบคทีเรีย
การปรับตัวของโรงกลึง CNC ในไทยเพื่อคว้าโอกาส
ผู้ประกอบการในไทยที่ต้องการกระโดดเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่เหล่านี้ จำเป็นต้องปรับวิถีการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่กระบวนการที่ฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น
1. ยกระดับสู่ 5-Axis CNC Machining การลงทุนในเครื่องจักร 5 แกน กลายเป็นไฟลต์บังคับสำหรับชิ้นส่วน EV และการบินอวกาศ เพราะช่วยให้สามารถกัดชิ้นงานรูปทรงซับซ้อน (เช่น ใบพัดเทอร์ไบน์ หรือข้อต่อกระดูก) ให้เสร็จได้ในรอบการจับยึดเดียว (Done-in-one) การลดการถอดเข้าถอดออกช่วยลดความคลาดเคลื่อนสะสม (Cumulative Error) ได้อย่างมาก
2. กระบวนการตัดเฉือนแบบยั่งยืน (Sustainable Machining) เทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรง ลูกค้าระดับโลกเริ่มให้ความสำคัญกับ Supply Chain ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โรงงานสามารถนำระบบ Minimum Quantity Lubrication (MQL) หรือการจ่ายสารหล่อเย็นปริมาณน้อยมากเป็นละอองฝอย มาใช้แทนการฉีดน้ำยาหล่อเย็นแบบท่วม (Flood Cooling) ซึ่งนอกจากจะลดต้นทุนค่าน้ำยาและค่ากำจัดกากของเสียแล้ว ยังช่วยปกป้องสุขภาพของพนักงาน และเพิ่มอายุการใช้งานของมีดกลึงอีกด้วย
3. โอกาสจากมาตรการ BOI (Board of Investment) สำหรับผู้ประกอบการไทยวัย 35-45 ปีที่กำลังวางแผนขยายกิจการเพื่อรับงานระดับโลก รัฐบาลไทยและ BOI มีมาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร
- หากมีการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) หรือหุ่นยนต์ (Robotics) มาใช้ในสายการผลิต ท่านสามารถขอรับสิทธิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ได้ 3 ปี เป็นสัดส่วน 50% ของเงินลงทุน (และ 100% หากใช้เครื่องจักรที่ผลิตในประเทศอย่างน้อย 30%)
- นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมสำหรับกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ EV โดยยกเว้นภาษีเงินได้และอากรนำเข้าเครื่องจักรใหม่ ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนในการอัปเกรดโรงงานได้อย่างมหาศาล
Key Takeaways
- อุตสาหกรรมเปลี่ยนแกน: หมดยุคของการพึ่งพางานชิ้นส่วนยานยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียว ตลาดใหม่ที่ให้อัตรากำไรสูงคือ EV, Aerospace และ Medical Devices ที่ต้องการความแม่นยำสูงและทนทาน
- จัดการวัสดุกัดยากให้เป็น: การเข้าสู่ตลาดนี้หมายถึงการต้องสู้กับ Titanium, Inconel และ PEEK โรงกลึงต้องลงทุนในเรื่องระบบหล่อเย็น (เช่น MQL, High-pressure coolant) และทูลลิ่งเฉพาะทาง
- อัปเกรดเครื่องจักรด้วย BOI: อย่าแบกต้นทุนเพียงลำพัง ใช้ประโยชน์จากมาตรการ “Smart and Sustainable Industry” ของ BOI ในการยกเว้นภาษีเมื่อปรับปรุงโรงงานด้วยระบบอัตโนมัติหรือเครื่องจักร 5 แกน
- ยกระดับคุณภาพผิวและไมโครแมชชีนนิ่ง: งานแพทย์และการบินต้องการพื้นผิวระดับ Ra 0.1-0.4 µm การลงทุนในเครื่องมือวัด (CMM) แบบ In-process และเครื่อง CNC แบบสวิส (Swiss-type) คือกุญแจสำคัญ
หากโรงกลึง CNC ในไทยสามารถปรับตัวและยกระดับเทคโนโลยีได้ทันท่วงที เราจะไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างผลิตสินค้าราคาถูกอีกต่อไป แต่จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ

